สวัสดีปีใหม่ 2567 รับปีมังกรทอง ใครกำลังมองหา ที่นึดเหนี่ยวจิตใจ  Super Lock ขอแนะนำกิจกรรมไหว้พระเสริมมงคล กับ 9 วัดสุดปัง ที่เหมาะกับทุกคนที่ต้องการเริ่มต้นใหม่ในปีใหม่  ไม่ว่าจะขอเรื่องอะไร เริ่มต้นใหม่กับสิ่งให้ก็ประสบความสำเร็จ กับ ไหว้พระ 9 วัดเสริมมงคลรับปีใหม่

สารบัญ

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

วัดพระแก้ว (วัดพระแก้ว) ในกรุงเทพฯ

วัดอรุณ (วัดอรุณ) ในกรุงเทพฯ

วัดพระธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่

วัดพระสิงห์ในเชียงใหม่

วัดโพธิ์ (วัดพระนอน) ในกรุงเทพฯ

วัดเบญจมบพิตร (วัดหินอ่อน) ในกรุงเทพฯ

วัดมหาธาตุ อยุธยา

วัดเจดีย์หลวงในเชียงใหม่

 

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหาร

วัดกัลยาณมิตรวรมหาวิหารหรือที่รู้จักกันในชื่อวัดกัลยาณมิตรเป็นวัดพุทธที่โดดเด่นตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ ประเทศไทย มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมอย่างมาก และเป็นที่เคารพนับถือของคนในท้องถิ่นและผู้มาเยือน

 

วัดนี้ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2368 ในสมัยรัชกาลที่ 3 ก่อสร้างโดยเจ้าพระยาวิชาเย็น นักธุรกิจไทยลูกครึ่งจีนผู้มั่งคั่ง ซึ่งปรารถนาจะสร้างสถานที่สักการะให้กับชุมชนชาวจีนในท้องถิ่น ชื่อของวัด “กัลยาณมิตร” แปลว่า “เพื่อนที่ดี” ในภาษาบาลี ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคีและมิตรภาพระหว่างชุมชนไทยและจีน

 

จุดเด่นที่โดดเด่นอย่างหนึ่งของวัดกัลยาณมิตรคือพระพุทธรูปปางสมาธิขนาดยักษ์ที่น่าประทับใจ เรียกว่าหลวงพ่อโต องค์นี้มีขนาดความสูง 15 เมตร และกว้าง 13 เมตร ทำให้เป็นพระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งในประเทศไทย ทำจากซีเมนต์และปิดด้วยทองคำเปลว เปล่งประกายออร่าอันยิ่งใหญ่

 

วัดกัลยาณมิตรได้รับการบูรณะและขยายหลายครั้งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัจจุบันกลุ่มอาคารวัดประกอบด้วยอาคารหลายหลัง รวมทั้งสิม (พระอุโบสถ) ห้องสมุด และห้องพระ สถาปัตยกรรมของวัดแสดงให้เห็นการผสมผสานระหว่างอิทธิพลของไทยและจีน ซึ่งสะท้อนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมของพื้นที่

 

วัดกัลยาณมิตรไม่ได้เป็นเพียงสถานที่สักการะเท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำหรับกิจกรรมและพิธีกรรมทางพุทธศาสนาต่างๆ อีกด้วย ดึงดูดผู้ศรัทธาและนักท่องเที่ยวที่มาสักการะ ทำบุญ และดื่มด่ำกับบรรยากาศอันเงียบสงบ ตำแหน่งริมแม่น้ำอันเงียบสงบของวัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาช่วยเพิ่มเสน่ห์และบรรยากาศที่งดงาม

 

การไปเยือนวัดกัลยาณมิตรจะทำให้คุณได้สัมผัสประวัติศาสตร์อันยาวนานและมรดกทางวัฒนธรรมของประเทศไทย วัดแห่งนี้ยังคงเป็นสถานที่สำคัญทางศาสนาและวัฒนธรรม ส่งเสริมความสามัคคีและความเข้าใจระหว่างชุมชนต่างๆ

วิธีการการไหว้

ของไหว้ : สิ่งที่ใช้ไหว้หลวงพ่อโตหรือซำปอกงนั้นง่ายๆ มีเพียง ธูป 15 ดอก จะมีของไหว้มงคลความเชื่อของแต่ละคนก็ได้ และของไหว้ที่แนะนำคือแบรนด์รังนกเพื่อเป็นการขอพรให้ชีวิตเกิดสิริมงคลให้อยู่เย็นเป็นสุขดั่งเช่นพลังหยินหรือพลังความเย็นที่อยู่ใน

เริ่มจาก จุดที่ 1 จุดธูป 3 ดอกไหว้ฟ้าดิน

จุดที่ 2 จุดธูป 3 ดอกไหว้หลวงพ่อโตในพระวิหารหลวง

จุดที่ 3 จุดธูป 3 ดอกไหว้หลวงพ่อโตองค์จำลอง

จุดที่ 4 จุดธูป 3 ดอกไหว้พระสังกัจจายน์

จุดที่ 5 เป็นจุดสุดท้ายให้จุดธูป 3 ดอกไหว้หลวงพ่อโตองค์จำลองถือเป็นอันเสร็จสิ้น

 

คาถาบูชา

อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ, ทุติยัมปิ อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ, ตะติยัมปิ อิมินา สักกาเรนะ พุทธัง อะภิปูชะยามิ” เชิญสร้างบุญใหญ่ในชีวิต เพิ่มบุญ ลดกรรม

หากได้มาไหว้พระที่นี่จะเดินทางปลอดภัย และเพิ่มพูนมิตรไมตรีกับผู้อื่น

เวลา เปิด-ปิด 7:00–17:00 ทุกวัน

Location: https://maps.app.goo.gl/B51MdD5tEGfodYW87

 

วัดพระแก้ว (วัดพระศรีรัตนศาสดาราม) ในกรุงเทพฯ

วัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า วัดพระแก้ว เป็นวัดซึ่งพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนาอาณาจักรรัตนโกสินทร์ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2325 เป็นวัดที่ตั้งอยู่ภายในพื้นที่พระบรมมหาราชวัง ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดารามมีอาคารสำคัญและอาคารประกอบแบ่งกลุ่มอาคารออกเป็น 3 กลุ่ม คือ

กลุ่มพระอุโบสถ

เป็นกลุ่มที่มีความสำคัญสูงสุด อาคารประธานของกลุ่มอาคารนี้ คือ พระอุโบสถ ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร ล้อมรอบด้วยศาลาราย พระโพธิธาตุพิมาน หอพระราชพงศานุสรณ์ หอพระราชกรมานุสรณ์ หอระฆัง และหอพระคันธารราษฎร์

กลุ่มฐานไพที

เป็นกลุ่มอาคารที่ประดิษฐานบนฐานยกพื้นขนาดใหญ่บริเวณลานด้านทิศเหนือของกลุ่มพระอุโบสถ รองรับปูชนียสถานและปูชนียวัตถุสำคัญ เช่น พระมณฑป พระศรีรัตนเจดีย์ ปราสาทพระเทพบิดร พระสุวรรณเจดีย์ และพระบรมราชานุสาวรีย์

กลุ่มอาคารประกอบ

ประกอบด้วย หอพระนาก พระเศวตกุฏาคารวิหารยอด หอมณเฑียรธรรม พระอัษฎามหาเจดีย์ ยักษ์ทวารบาล และจิตรกรรมฝาผนังที่พระระเบียงซึ่งมีภาพวาดจิตรกรรมฝาผนังจำนวน 178 ห้อง เรียงต่อกันยาวตลอดฝาผนังทั้ง 4 ทิศ มีเนื้อหาจากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์

 

วิธีการการไหว้พระแก้วมรกต

ให้นำอาหาร พวงมาลัยดาวเรืองและดอกบัวไปวางถวายหน้าพระแก้วมรกต จุดเทียนสีผึ้งแล้วปักไว้ จุดธูปทั้ง 5 ดอก พนมมือพร้อมดอกบัว กล่าวนะโมสามจบก่อน แล้วจึงกล่าว คาถา บูชาพระแก้วมรกต หรือ สามารถกล่าว คาถา บูชาพระแก้วมรกตแบบย่อ ก็ได้

คาถาบูชาพระแก้วมรกต

(ท่องนะโม 3 จบ)

พุทธะมะหามะณีระตะนะปะฏิมากะรัง ปูเชมิ

ทุติยัมปิ พุทธะมะหามะณีระตะนะปะฏิมากะรัง ปูเชมิ

ตะติยัมปิ พุทธะมะหามะณีระตะนะปะฏิมากะรัง ปูเชมิ

เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ มะหาเตโช เจวะ มะหาปัญโญ

จะ มะหาโภโค จะ มะหายะโส จะ ภะวันตุ เม

นิพพานัสสะ ปัจจะโย โหตุ

 

คาถาพระแก้วมรกต แบบย่อ

(ท่องนะโม 3 จบ)

วาละลุกัง สังวาตังวา (3 จบ)

คนที่มากราบไหว้ขอพรส่วนใหญ่จะขอในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความรุ่งเรือง มีสติปัญญา ชนะอุปสรรค มีความก้าวหน้าในชีวิตการงาน หรือชีวิตสุขสบายมากด้วยทรัพย์สินเงินทองไม่ขาดมือนั้นเอง

เวลา เปิด-ปิด 8:30–15:30 ทุกวัน

Location: https://maps.app.goo.gl/U7gfceXxCnJgRjEH6

 

วัดอรุณ (วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร) ในกรุงเทพฯ

วัดอรุณฯ หรือสมัยกรุงศรีอยุธยา เรียกว่า วัดมะกอก มีเรื่องเล่าว่า เมื่อพระเจ้าตาก (สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช) ทรงนำกองทัพมาเพื่อเลือกชัยภูมิในการสร้างราชธานีใหม่ พระองค์เสด็จฯ ถึงวัดมะกอกในเวลารุ่งแจ้ง เมื่อทรงสถาปนากรุงธนบุรีเป็นราชธานี จึงทรงปฏิสังขรณ์พระอารามแห่งนี้ และสถาปนาเป็นพระอารามหลวง พระราชทานนามว่า วัดแจ้ง เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร (พระแก้วมรกต) ซึ่งอัญเชิญมาจากเวียงจันทน์

 

ในสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่ 1 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) ทรงสถาปนาพระอุโบสถและพระวิหารหลังใหม่ พร้อมทั้งอัญเชิญพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรมาประดิษฐานที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม แต่ยังไม่ทันแล้วเสร็จพระองค์ก็เสด็จสวรรคต หลังจากนั้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย (รัชกาลที่ 2) จึงทรงดำเนินการปฏิสังขรณ์ต่อ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า วัดอรุณราชธาราม ภายหลังพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 4) ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามว่า วัดอรุณราชวราราม

บริเวณซุ้มประตูทางเข้าพระอุโบสถจะมียักษ์วัดแจ้งที่มีชื่อเสียงยืนเฝ้าอยู่ ยักษ์กายสีขาว มีชื่อว่า “สหัสเดชะ” ยักษ์กายสีเขียว มีชื่อว่า “ทศกัณฐ์” เป็นยักษ์ศิลปะแบบจีน ปูนปั้นประดับด้วยกระเบื้องเคลือบสี มือถือตะบองใหญ่เป็นอาวุธ บริเวณหน้าซุ้มทางเข้าพระอุโบสถ แฝงไว้ด้วยคติความเชื่อในการทำหน้าที่เป็นเทพพิทักษ์ ปกปักรักษาสถานที่สำคัญทางศาสนา

วิธีการการไหว้พระเจ้าตาก ณ วัดอรุณฯ

โบสถ์น้อย สันนิษฐานว่าเป็นโบสถ์เดิมของวัดในสมัยกรุงศรีอยุธยา มีลักษณะเป็นอาคารทรงเตี้ย มีมุขทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ภายในประดิษฐาน หลวงพ่อรุ่งมงคลพระพุทธรูปศิลปะสมัยอยุธยาองค์ใหญ่ พระบรมรูปหล่อสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช และพระแท่นของพระเจ้าตาก สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2310 มีความเชื่อกันว่า หากได้ลอดพระแท่นนี้จะล้างอาถรรพ์ ปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไป หนุนดวงและเสริมบารมี ทำให้พบกับโชคดี (เป็นความเชื่อส่วนบุคคลโปรดใช้วิจารณญาณ) โดยเริ่มต้นด้วยการไหว้หลวงพ่อรุ่งมงคล เดินไปกราบที่หน้าพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช ก่อนจะไปยังบริเวณพระแท่น นำหน้าผากแตะที่พระแท่น ตั้งจิตอธิษฐานถึงเรื่องที่ต้องการ เอ่ยชื่อ-นามสกุล แล้วค่อย ๆ ทำการลอดใต้ฐานพระแท่นจนสุด เวียนขวาออกประตูแล้วกลับมาลอดใหม่จนครบ 3 รอบ จากนั้นไปยังพระบรมรูปสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชอีกรอบ มองตาองค์ท่าน บอกกล่าวถึงสิ่งที่ต้องการอีกครั้ง

 

คาถาบูชาพญายักษ์วัดแจ้ง

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)

ยักโข โย อรุเณ รัมเม วราราเม ปติฏฐิโต

ยักขานังธิปะตี ยักโข ยักเข โส อภิปาละโก

หิริโอตตัปปะสัมปันโน ธัมมิโก ภาคะมาวะโห

เอตัสเสวานุภาเวนะ สทา โสตถี ภวันตุ เม ฯ

 

หากมาไหว้พระวัดอรุณฯ ชีวิตจะโรจน์รุ่ง ทุกวันคืน’ เป็นการเสริมชะตาให้ชีวิตพบเจอแต่ความรุ่งเรืองในหน้าที่การงาน มีฤกษ์ชัย ปัดเป่าภัยร้าย ให้สามารถเริ่มต้นชีวิตใหม่ได้อย่างราบรื่น หากได้ลอดพระแท่นของพระเจ้าตากนี้จะล้างอาถรรพ์ ปัดเป่าสิ่งไม่ดีออกไป หนุนดวงและเสริมบารมี ทำให้พบกับโชคดี

 

เวลา เปิด-ปิด 8:00–18:00น. ทุกวัน

Location: https://maps.app.goo.gl/CrKy2fc8yhiJ4Qyr8

 

วัดพระธาตุดอยสุเทพ เชียงใหม่

พระธาตุดอยสุเทพ สร้างขึ้นในปีพุทธศักราช 1926 ตรงกับรัชสมัยพญากือนามหาราช และได้รับการยกย่องเป็นพระอารามหลวงชั้นโทในปัจจุบัน พระธาตุดอยสุเทพมีอายุกว่า 600 ปี มีตำนานเล่าถึงการก่อสร้าง ว่าใช้วิธีเสี่ยงทาย นำพระบรมสารีริกธาตุประดิษฐานบนสัปคับหลังช้าง เมื่อช้างเสี่ยงทายเดินไปหยุดยังพื้นที่ใด ก็จะดำเนินการสร้างพระธาตุขึ้นบริเวณนั้น

วิธีการการไหว้วัดพระธาตุดอยสุเทพ

ควรเตรียมดอกไม้ และธูปเทียน แล้วเดินเวียนขวา 3 รอบ พร้อมทั้งกล่าวคำนมัสการพระธาตุ โดยตั้งจิตอธิษฐานขอให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา และควรไหว้พระธาตุให้ครบทั้ง 4 ทิศ

คาถาบูชา

(ท่องนะโม 3 จบ)

สุวรรณณะ เจติยัง, เกลาวะระ, มัตถะลุงคัง, วะรัญญะธาตุง, สุเทวะนามะกัง

นะระเทเวหิ สัพพะปูชิตัง, อะหัง วันทามิสัพพะทา, ปัญญะวา, อัสมิงเยอะ, วันทามิ, อิวะ ธาระยัง, ปิฏะกัตตะเย, สาสะนะ, นิยานิเกติ, โมกขะ, ปะธะมะวะรังม อาปายะ, นิวาระณัง, อะระหัง, สัคเคโสปาณัง, ปะฐะมัง, คาหาเปตวา, ปัตตะจีวะรัง, ยัง ยัง ชาตัง, สังฆะมัชเฌ

 

หากมาสักการะและอธิษฐานขอพรพระธาตุดอยสุเทพ จะมีแต่ความสำเร็จสมปรารถนา แคล้วคลาดจากอุปสรรคทั้งปวง รวมทั้งยังสามารถขอเรื่องเงินทอง ให้สมปรารถนา บางคนมาขอพรกับองค์พระธาตุดอยสุเทพเพื่อให้สอบติดราชการ

เวลา เปิด-ปิด 6:00–20:00 ทุกวัน
Location: https://maps.app.goo.gl/prNLzx6o4i2XEcSs8

 

 

วัดพระสิงห์ในเชียงใหม่

วัดพระสิงห์ วัดเก่าแก่ที่มีประวัติยาวนาน เพราะเป็นสถานที่ประดิษฐานพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่ตั้งของ พระธาตุเจดีย์ ซึ่งเป็นพระธาตุประจำปีนักษัตรปีมะโรง (งูใหญ่) ที่นี่จึงมีผู้คนจากทั่วทุกสารทิศเดินทางไปสักการบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลตามความเชื่อ วัดพระสิงห์ ได้รับพระราชทานโปรดเกล้าฯ ยกฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นเอก ชนิดวรมหาวิหาร เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2483 ตรงกับรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล (รัชกาลที่ 8)

พระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่

วิธีการการไหว้

จุดธูปเทียนบูชาและนั่งนิ่งๆ มองดูพระองค์สัก ๑๐ นาที ความทุกข์ร้อนในใจจะหายไป ดวงจิตที่เหี่ยวแห้งจะกลับมาสดชื่น หัวใจ

คาถาบูชาพระพุทธสิหิงค์

(ท่องนะโม 3 จบ)

อิติ ปะวะระ สิหิงโค อุตตะมะยะโสปิ เตโช

ยัตถะ กัตถะ จิตโต โส สักกาโร อุปะโท

สะการะ พุทธะสาสะนัง โชตะยันโตวะ ทีโป

สุระณะเรหิ มะหิโต ธะระมาโนวะ พุทโธติ

 

อานุภาพแห่งพระพุทธสิหิงค์สามารถบำบัดความทุกข์ร้อนในใจให้เหือดหาย ผู้ที่หมดมานะ ท้อถอย เมื่อได้มาสักการะ ดวงจิตที่เหี่ยวแห้งก็จะกลับสดชื่นและมีความเข้มแข็งขึ้น จิตที่หวาดกลัวก็กลับกล้าหาญ ดวงจิตที่เกียจคร้านก็จะมีวิริยะ ผู้หมดหวังก็จะมีกำลังใจขึ้นใหม่

เวลา เปิด-ปิด 9:00–18:00 ทุกวัน

Location: https://maps.app.goo.gl/yi98sWRY7GQWLVU66

 

วัดโพธิ์ (วัดพระนอน) ในกรุงเทพฯ

พระพุทธไสยาส

พระพุทธไสยาส หรือที่เรียกกันว่า พระนอนวัดโพธิ์ ประดิษฐานในพระวิหารพระพุทธไสยาสภายในเขตพุทธาวาส บริเวณมุมกำแพงทิศตะวันตกเฉียงเหนือของวัด เป็นพระพุทธรูปสมัยรัตนโกสินทร์ ก่ออิฐถือปูนลงรักปิดทอง ขนาดองค์พระยาว ๑ เส้น ๓ วา (๔๖ เมตร) สูงจากพื้นถึงยอดพระเกตุมาลา ๑๕ เมตร เฉพาะพระพักตร์จากไรพระศก (ไรผม) ถึงพระหนุ (คาง) ยาว ๑๐ ศอก (๕ เมตร) กว้าง ๕ ศอก (๒.๕๐ เมตร) พระพุทธบาท ยาว ๕ เมตร สูง ๓ เมตร พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๓ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นในคราวปฏิสังขรณ์วัดพระเชตุพนครั้งใหญ่เมื่อ จ.ศ.๑๑๙๓ พ.ศ.๒๓๗๕ จัดว่าเป็นพระนอนที่ใหญ่ที่สุดในกรุงเทพมหานคร และใหญ่เป็นอันดับสามของประเทศ

วิธีการการไหว้

วัดโพธิ์ (วัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร)ธูป 8 ดอก เทียนสีชมพู 8 เล่ม ดอกบัว 8 ดอก และเงิน 8 บาท และอย่าลืมสวดคาถาประจำวันอังคาร 8 จบ แนะนำให้เดินไปใส่บาตรรอบพระนอนองค์ใหญ่ สุดท้ายลาของไหว้แล้วทานขนมจีนให้หมด โดยให้ทานให้หมดที่วัดห้ามนำกลับบ้าน

 

คาถาบูชา

(ท่องนะโม 3 จบ) แล้วสวดคาถาบูชาองค์พระพระพุทธไสยาสน์

“ยัสสานุสสะระเณนาปิ อันตะลิก เขปิ ปาณิ โน ปะติฎิฐะมะธิ คัจฉันติ ภูมิยัง วิยะ สัพพะทา สัพพูปัททะวะชาลัมหา ยักขะโจราทิ สัมภะวา คะณะนานะจะ มุตตานัง ปะริตตันตัม ภะณามะ เหฯ” จำนวนทั้งหมด 8 จบแล้ว ตั้งจิตอธิษฐานขอพรถึงคู่ที่ต้องการ และนำธูปไปปัก นั่งรอธูปและเทียนหมด จึงลาขนมจีนมาเพื่อรับประทานให้หมด

 

ใครอายุ 30+ และยังโสดบอกเลยนี่เป็นวัดที่เป็นที่นิยมแห่งหนึ่ง ใครกำลังกัลวงใจกับตัวเลข ยังไม่สมปรารถนาในรัก ขอบุตร บอกเลยการไหว้พระนอนอาจทำให้ท่านได้ร่วมเรียงเคียงหมอน ได้บุตรสมปรารถนา

 

เวลา เปิด-ปิด 8:00–18:30 ทุกวัน

Location: https://maps.app.goo.gl/r3h9eVS6sHudGh1XA

 

 

วัดเบญจมบพิตร (วัดหินอ่อน) ในกรุงเทพฯ

วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนารามราชวรวิหาร นั้นแต่เดิมเป็นวัดราษฎร มีชื่อว่า วัดแหลม ค่ะ ต่อมาหลังจากการปราบกบฏเจ้าอนุวงศ์แล้ว กรมพระพิพิธโภคภูเบนทร์ พร้อมพระอนุชาและพระขนิษฐาร่วมเจ้าจอมมารดาเดียวกันอีก 4 พระองค์ คือ

 

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระพิทักษ์เทเวศร์ (ต้นราชสกุลกุญชร)

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงภูวเนตรนรินทรฤทธิ์ (ต้นราชสกุลทินกร)

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอินทนิล

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ พระองค์เจ้าหญิงวงศ์

มีพระประสงค์ที่จะร่วมกันปฏิสังขรณ์วัดแหลม พร้อมทั้งทรงสร้างพระเจดีย์เรียงรายไว้หน้าวัด 5 องค์ และต่อมาภายหลัง พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ จึงพระราชทานนามใหม่ว่า วัดเบญจบพิตร หมายความว่า วัดของเจ้านาย 5 พระองค์นั่นเอง

วิธีการการไหว้

ดอกไม้ / พวงมาลัย (ถ้าเป็นดอกบัว จะดีที่สุด)

น้ำเปล่า

ธูป 5 ดอก

คาถาบูชา

ตั้งนะโม ๓ จบ

กาเยนะ วาจายะ เจตสา วา เทวะนะคะเร จักกิวังสัสสะ ปัญจมะมหาราเชนะ พุทธชินราชะพุทธะรูปัง กตัง นมามิหังฯ (๓ จบ)

 

จากประวัติที่มาขององค์พระพุทธชินราชที่ย้อนไปถึงสมัยอยุธยา ผ่านช่วงศึกสงคราม ผ่านเหตุการณ์ไฟไหม้เผาทำลาย แต่องค์พระพุทธชินราชก็ไม่สูญหายหรือถูกเผาทำลายไป ทำให้มีคนเชื่อถึงความศักดิ์สิทธิ์มาก พระพุทธชินราชขึ้นชื่อในเรื่องการเป็นพระคู่บุญบารมีของบ้านเมืองมาแต่ครั้งโบราณจนถึงปัจจุบัน ช่วยเสริมสร้างสิริมงคล ช่วยปกปักรักษาคุ้มครองให้พ้นภัยอันตรายทุกประการ และช่วยสร้างความมีสง่าราศีของผู้บูชา นอกจากนั้นคนยังนิยมขอพร ขอโชคลาภ ความเฮงความปัง

เวลา เปิด-ปิด  6:00–18:00 ทุกวัน

Location: https://maps.app.goo.gl/346FnkKpFfk9U8d77

วัดมหาธาตุ อยุธยา

เป็นปรางค์ที่สร้างในระยะแรกของสมัยอยุธยาซึ่งได้รับอิทธิพลของปรางค์ขอมปนอยู่ ชั้นล่างก่อสร้างด้วยศิลาแลงแต่ที่เสริมใหม่ตอนบนเป็นอิฐถือปูน สมเด็จพระเจ้าปราสาททองได้ทรงปฏิสังขรณ์พระปรางค์ใหม่โดยเสริมให้สูงกว่าเดิม แต่ขณะนี้ยอดพังลงมาเหลือเพียงชั้นมุขเท่านั้น จึงเป็นที่น่าเสียดายเพราะมีหลักฐานว่าเป็นปรางค์ที่มีขนาดใหญ่มากและก่อสร้างอย่างวิจิตรสวยงามมากเมื่อ พ.ศ. 2499 กรมศิลปากรได้ขุดแต่งพระปรางค์แห่งนี้ พบของโบราณหลายชิ้นที่สำคัญ คือ ผอบศิลา ภายในมีสถูปซ้อนกัน 7 ชั้น แบ่งออกเป็น ชิน เงิน นาก ไม้ดำ ไม้จันทร์แดง แก้วโกเมน และทองคำ ชั้นในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุและเครื่องประดับอันมีค่า ปัจจุบันพระบรมสารีริกธาตุนำไปประดิษฐานไว้ที่พิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา สิ่งที่น่าสนใจในวัดอีกอย่างคือ เศียรพระพุทธรูปหินทราย ซึ่งมีรากไม้ปกคลุมเข้าใจว่าเศียรพระพุทธรูปนี้จะหล่นลงมาอยู่ที่โคนต้นไม้ในสมัยเสียกรุงจนรากไม้ขึ้นปกคลุมมีความงดงามแปลกตาไปอีกแบบ ตั้งอยู่เชิงสะพานป่าถ่าน ทางทิศตะวันออกของวัดพระศรีสรรเพชญ์ พงศาวดารบางฉบับกล่าวว่าวัดนี้สร้างในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ต่อมาสมเด็จพระราเมศวรโปรดเกล้าฯให้อัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุมาบรรจุไว้ใต้ฐานพระปรางค์ประธานของวัดเมื่อ พ.ศ.1927

 

สิ่งที่น่าสนใจภายในวัดมหาธาตุ

1.พระปรางค์ขนาดใหญ่ ซึ่งในปัจจุบันพังทลายลงมาหมดแล้ว แต่ราชทูตลังกาที่ได้เคยมาเยี่ยมชมวัดมหาธาตุ ในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศไว้ว่า ที่ฐานของพระปรางค์ มีรูปราชสีห์ หมี หงส์ นกยูง กินนร โค สุนัขป่า กระบือ มังกร เรียงรายอยู่โดยรอบ รูปเหล่านี้อาจหมายถึงสัตว์ในป่าหิมพานต์ที่รายล้อมอยู่เชิงเขาพระสุเมรุ ซึ่งเป็นแกนกลางของจักรวาล

 

2.เจดีย์แปดเหลี่ยม เป็นเจดีย์ลดหลั่นกัน 4 ชั้น 8 เหลี่ยม ชั้นบนสุดประดิษฐานปรางค์ขนาดเล็ก ซึ่งเจดีย์องค์นี้จัดว่าเป็นเจดีย์ที่แปลกตา พบเพียงองค์เดียวในอยุธยา

 

3.วิหารที่ฐานชุกชี ของพระประธานในวิหาร กรมศิลปากรพบว่ามีผู้ลักลอบขุดลงไปลึกถึง 2 เมตร จึงดำเนิน การขุดต่อไปอีก 2 เมตร พบภาชนะดินเผาขนาดเล็ก 5 ใบ บรรจุแผ่นทองเบาๆ รูปต่างๆ

 

4.พระปรางค์ขนาดกลาง ภายในพระปรางค์ มีภาพจิตรกรรม เรือนแก้วซึ่งเป็นตอนหนึ่งในพุทธประวัติ

 

5.ตำหนักพระสังฆราช บริเวณพื้นที่ว่างทางด้านทิศตะวันตก เป็นสถานที่ที่เป็นที่ตั้งพระตำหนักพระสังฆราช ราชทูตลังกาได้บอกไวว่า เป็นตำหนักที่สลักลวดลายปิดทอง มีม่านปักทอง พื้นปูพรม มีขวดปักดอกไม้เรียงราย เป็นแถวเพดานแขวนอัจกลับ (โคม) มีบังลังก์ 2 แห่ง

 

6.เศียรพระพุทธรูปหินทราย ซึ่งมีรากไม้ต้นโพธิ์ปกคลุมอยู่ โดยเศียรพระพุทธรูปนี้ เป็นพระพุทธรูปหินทรายเหลือแค่ส่วนเศียร สำหรับองค์พระนั้นหายไป และเป็นเศียรพระพุทธรูปศิลปะสมัยอยุธยา วางอยู่ในรากโพธิ์ข้างวิหาร คาดว่าเศียรพระพุทธรูปนี้จะหล่นลงมาอยู่ที่โคนต้นไม้ ในสมัยเสียกรุง จนรากไม้ขึ้นปกคลุมทำให้มีความงดงามแปลกตา จนเลื่องลือกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์อีกสิ่งหนึ่งของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาค่ะ ซึ่งทำให้ชื่อเสียงของวัดมหาธาตุ โด่งดังไปทั่วโลก

 

เวลา เปิด-ปิด 08.30-16.30 น. ทุกวัน

Location: https://maps.app.goo.gl/qW9rXAGfU3k8AYkL6

วัดเจดีย์หลวงในเชียงใหม่

วัดเจดีย์หลวงวรวิหาร เป็นวัดเก่าแก่ในจังหวัดเชียงใหม่ สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าแสนเมืองมา กษัตริย์ลำดับที่ 7 ของราชวงศ์มังราย ไม่ปรากฏปีที่สร้างแน่ชัด สันนิษฐานว่าวัดแห่งนี้น่าจะสร้างในปี พ.ศ.1928-พ.ศ.1945 วัดเจดีย์หลวงเป็นพระอารามหลวงแบบโบราณมีการบูรณะมาหลายสมัย โดยเฉพาะพระเจดีย์ที่ปัจจุบันมีขนาดความกว้าง 60 เมตร เป็นองค์พระเจดีย์ที่มีความสำคัญที่สุดองค์หนึ่งในเชียงใหม่ วัดเจดีย์หลวงสร้างอยู่ใจกลางเมืองเชียงใหม่ ซึ่งแต่เดิมถือว่าเป็นศูนย์กลางการปกครองของราชอาณาจักรล้านนา ปัจจุบันบริเวณวัดเจดีย์หลวงกลางเมืองเชียงใหม่มีสิ่งสักการะหลากหลาย ได้แก่ เจดีย์หลวง อินทขีล ต้นยาง กุมภัณฑ์ พระฤาษี ซึ่งสะท้อนพัฒนาการคติจักรวาลได้ปรับเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ที่แวดล้อมของเมืองชีวิต วัดเจดีย์หลวงแห่งนี้ครั้งหนึ่งเคยเป็นที่ประดิษฐานของพระแก้วมรกต พระประจำคู่บ้านคู่เมืองของไทย

วัดเจดีย์หลวงเป็นวัดพุทธเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ในเมืองเชียงใหม่ ประเทศไทย ชื่อของมันแปลว่า “วัดแห่งสถูปใหญ่” ในภาษาอังกฤษ วัดแห่งนี้สร้างขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าแสนเมืองมา เจ้าผู้ครองนครคนที่ 7 ของราชวงศ์เม็งราย ในศตวรรษที่ 14

 

เดิมทีวัดเจดีย์หลวงถูกสร้างขึ้นเพื่อประดิษฐานพระอัฐิของบิดาของสมเด็จพระแสนเมืองมา หลายปีที่ผ่านมาได้ขยายจนกลายเป็นวัดที่โดดเด่นที่สุดแห่งหนึ่งในอาณาจักรล้านนา การก่อสร้างวัดใช้เวลาหลายสิบปีจึงแล้วเสร็จและแล้วเสร็จประมาณกลางศตวรรษที่ 15

 

จุดเด่นหลักของวัดเจดีย์หลวงคือเจดีย์ (เจดีย์) ขนาดมหึมา ซึ่งคาดว่าจะมีความสูงถึงประมาณ 80 เมตร เป็นโครงสร้างที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในเชียงใหม่โบราณและทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางทางศาสนาและวัฒนธรรม โชคไม่ดีที่ในปี พ.ศ. 2088 ได้เกิดแผ่นดินไหวทำให้เจดีย์พังทลายลงมา ตั้งแต่นั้นมา เจดีย์ได้รับการบูรณะบางส่วนให้มีความสูงประมาณ 60 เมตรในปัจจุบัน

 

วัดเจดีย์หลวงยังเป็นที่ตั้งของสิ่งปลูกสร้างที่สำคัญอื่นๆ อีกหลายแห่ง รวมถึงวิหารหลวง (หอประชุม) และพิพิธภัณฑ์วัดเจดีย์หลวง วิหารหลวงจัดแสดงพระพุทธรูปยืนอันเป็นที่เคารพนับถือที่เรียกว่าพระเจ้าอรรถรส พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จัดแสดงโบราณวัตถุและโบราณวัตถุจากประวัติศาสตร์ของวัด และให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวัฒนธรรมและการปฏิบัติทางศาสนาของอาณาจักรล้านนา

 

ปัจจุบัน วัดเจดีย์หลวงยังคงเป็นสถานที่สักการะที่คึกคักและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม นักท่องเที่ยวจำนวนมากมาชื่นชมความยิ่งใหญ่ของเจดีย์และดื่มด่ำไปกับบรรยากาศอันเงียบสงบในบริเวณวัด เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานและความฉลาดทางสถาปัตยกรรมของภูมิภาค

เวลา เปิด-ปิด 5:00–22:00 ทุกวัน

Location: https://maps.app.goo.gl/PdbCwUPNdrAmJT2y5

 

แหละนี่คือ 9 วัดที่ Super Lock อยากแนะนำ ให้ทุกท่านได้ไปไหว้พระ 9 วัดเสริมมงคลรับปีใหม่ 2567 มาเริ่มต้นปีใหม่ปีปัง สมความปรารถนาทุกท่าน เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อทุกท่าน