
แชร์ทริค ! เก็บทุเรียนยังไงให้ไร้กลิ่นรบกวน
เชื่อว่า “ทุเรียน” เป็นผลไม้อีกชนิดหนึ่งที่คนไทยอย่างเรานิยมรับประทานกันอย่างแพร่หลาย แต่ก็มีอีกหลายๆคนที่ไม่ค่อยชอบรับประทานทุเรียน เพราะว่ามีกลิ่นที่ค่อนข้างแรงหรือบางคนก็เหม็นทุเรียนเป็นอย่างมาก ทำให้ครอบครัวไหนที่มีทั้งคนชอบและไม่ชอบกินทุเรียน เวลาจะซื้อทุเรียนเข้าบ้านทีถึงกับต้องคิดหนัก ว่าควรจะเก็บทุเรียนอย่างไรให้กลิ่นไม่เหม็นไปทั่วบ้านหรือตีกับกลิ่นอาหารอื่นๆในตู้เย็น เพราะทุเรียนหนึ่งลูกสามารถแบ่งกินได้หลายครั้งหลายวันเรามักมีข้อสงสัยว่าสามารถเก็บทุเรียนได้กี่วัน เพราะทุเรียน ยังคงต้องอยู่ติดบ้านเราไปอีกนานต่อการซื้อเพียงครั้งเดียว แต่ไม่ต้องกังวลไป! เพราะว่าตอนนี้เรามีทริคดีๆในการเก็บทุเรียนมาฝาก ไม่ว่าจะเป็นระยะเวลาในการเก็บทุเรียนรูปแบบต่างๆ รวมถึงวิธีการเก็บทุเรียนอย่างไรให้มีประสิทธิภาพ วิธีฟรีชทุเรียนให้กลิ่นไม่ออกหรือเพื่อส่งออกไปต่างประเทศ
สารบัญ
วิธีการเก็บทุเรียนให้อยู่ได้นานและไร้กลิ่นรบกวน
วิธีฟรีชทุเรียนเพื่อส่งออกหรือเดินทางไกล
ระยะเวลาในการเก็บรักษาทุเรียน
คำถามที่มักมีการสอบถามและถกเถียงกันบ่อยครั้งอีกคำถามหนึ่งสำหรับการเก็บทุเรียน ซึ่งเป็นคำถามพื้นฐานที่คนรักทุเรียนควรรู้นั้นคือ ‘ทุเรียนสามารถเก็บไว้ได้นานกี่วัน?’
คำตอบแบบง่ายๆก็คือ เราสามารถเก็บทุเรียนทั้งแบบเป็นลูกโดยที่ยังไม่แกะเปลือก หรือแบบที่แกะแต่เนื้อออกจากเปลือกแล้ว โดยที่อายุการเก็บรักษาทุเรียนนั้นจะต่างกันไป ขึ้นอยู่กับอุณหภูมิของสภาพแวดล้อมและลักษณะการเก็บทุเรียนที่ผู้เก็บเลือกใช้ โดยเราสามารถแบ่งได้ ดังนี้
1. ระยะเวลาการเก็บทุเรียนทั้งลูกโดยยังไม่แกะเปลือก
เราสามารถเก็บรักษาทุเรียนทั้งลูกที่ยังไม่ได้ทำการผ่าได้นานถึง 1 เดือนในอุณหภูมิห้อง ถ้าหากอุณหภูมิร้อนจนเกินไปก็อาจทำให้ทุเรียนสุกเร็วขึ้น จนส่งผลให้ผลทุเรียนปริออก และเมื่อแกะผลทุเรียนออกมาก็มักจะเสียภายใน 2-3 วัน
ดังนั้น คำแนะนำสำหรับใครที่ซื้อทุเรียนแบบเป็นลูกมา หากยังไม่ได้วางแผนที่จะรับประทาน ก็ควรเก็บรักษาทุเรียนทั้งลูกให้ห่างจากการโดนแสงแดดโดยตรงเพื่อป้องกันไม่ให้ทุเรียนสุก โดยสถานที่ดีที่สุดในการเก็บทุเรียนทั้งลูก คือ ในที่แห้งและเย็น เช่น เก็บทุเรียนไว้ในตู้กับข้าว หรือเก็บทุเรียนไว้ในตู้เย็นในกรณีที่ทุเรียนสุกได้ที่แล้ว เป็นต้น
2. ระยะเวลาการเก็บเนื้อทุเรียนที่แกะเปลือกแล้ว

เก็บเนื้อทุเรียนที่แกะเปลือกแล้วได้หลากหลายวิธี
เมื่อเราแกะเปลือกทุเรียนแล้ว เราสามารถแบ่งการเก็บเนื้อทุเรียนได้เป็น 3 แบบด้วยกัน คือ
แบบที่ 1 วิธีเก็บเนื้อทุเรียนที่แกะแล้วในอุณหภูมิห้องปกติ
สามารถเก็บได้ประมาณ 2 ชั่วโมงโดยที่ยังไม่เสีย แต่ควรจะรับประทานทันทีเพื่อรสชาติที่ดีของทุเรียน แต่ไม่ว่าจะทานหมดหรือไม่ ทางที่ดีก็ควรจะนำเข้าตู้เย็นให้เร็วที่สุด
แบบที่ 2 วิธีเก็บเนื้อทุเรียนในตู้เย็น
การเก็บรักษาเนื้อทุเรียน สามารถเก็บรักษาเนื้อทุเรียนได้ประมาณ 4-5 วัน เพราะว่าทุเรียนเป็นผลไม้ที่มีแนวโน้มจะเสียได้อย่างรวดเร็ว หากสัมผัสกับอากาศหรืออุณหภูมิที่ร้อน ดังนั้นจึงควรเก็บเนื้อทุเรียนไว้ในกล่องเก็บกลิ่นทุเรียน และใส่ไว้ในตู้เย็นเพื่อให้คงความสดใหม่และมีรสชาติที่ดีได้นานขึ้น

สามารถนำทุเรียนที่เก็บไว้ในช่องแช่แข็งนานๆมาแปรรูปเป็นไอติมได้

ไอศกรีมทุเรียน
แบบที่ 3 วิธีฟรีซทุเรียนไว้ในช่องแช่แข็ง
วิธีเก็บทุเรียนที่แกะแล้วใส่กล่องเก็บกลิ่นทุเรียนแบบนี้เหมาะสำหรับใครที่ต้องการจะเก็บเนื้อทุเรียนไว้ได้นานกว่า 1 สัปดาห์ เพราะเนื้อทุเรียนจะยังคงคุณภาพและอยู่ได้นานถึง 2 เดือน ทั้งนี้หากว่าเก็บไว้นานกว่านั้นคุณภาพและรสชาติของทุเรียนก็จะเริ่มลดลงหรือเสื่อมลง แต่ก็สามารถใช้ทุเรียนเหล่านี้มาทำเป็นเครื่องดื่มสมูทตี้ หรือไอติมได้ เนื่องจากว่าไม่ส่งผลต่อรสชาติมากนัก
วิธีการเก็บทุเรียนให้อยู่ได้นานและไร้กลิ่นรบกวน
เมื่อเรารู้แล้วว่าในการเก็บทุเรียนแต่ละแบบมีระยะเวลายาวนานต่างกันอย่างไร เราก็มาดูวิธีการเก็บทุเรียนที่เป็นที่นิยมและได้ผลมากที่สุดในเรื่องของการขจัดกลิ่นรบกวนรวมถึงยืดอายุในการเก็บทุเรียนกันดีกว่า ซึ่งวิธีนั้นได้แก่
1. การเก็บทุเรียนโดยการแช่เย็นทุเรียนทั้งลูก
การเก็บทุเรียนที่สามารถคงรสชาติของทุเรียนไว้ได้ดี วิธีแรก คือ การเก็บรักษาทุเรียนโดยนำทุเรียนทั้งลูกที่ยังไม่ผ่านการปอกเปลือกมาแช่ไว้ในตู้เย็น แต่ในการแช่เย็นทุเรียนทั้งลูกนั้น เราจะต้องรอให้ทุเรียนสุกดีเสียก่อนทั้งนี้ในกรณีที่ไม่สะดวกที่จะแช่ทุเรียนทั้งลูกไว้ในตู้เย็นก็สามารถผ่าทุเรียนออกเป็นพูๆก่อนนำไปเรียงใส่ในตู้เย็น หากทำตามวิธีนี้ เนื้อทุเรียนจะไม่แฉะ และจะไม่มีหยดน้ำเกาะเหมือนการแกะเนื้อทุเรียนแช่ตู้เย็นธรรมดาๆ หรือถ้าต้องการยืดอายุของทุเรียนให้สามารถเก็บไว้ได้นานยิ่งขึ้นก็สามารถทำได้ โดยการผ่าเปลือกที่เป็นหนามของทุเรียนออกและ เหลือไว้เพียงแต่ส่วนของเปลือกสีขาวหุ้มเนื้อทุเรียน หลังจากนั้นจึงนำพลาสติกมาห่อให้มิดชิด แล้วจึงนำเข้าช่องฟรีซ
แต่อย่างไรก็ตาม วิธีนี้ก็นับว่ายุ่งยากและเปลืองเนื้อที่ในตู้เย็นมากจนเกินไป แถมการเก็บรักษากลิ่นยังอาจไม่ดีพอ ซึ่งทำให้อาจมีกลิ่นหลุดออกมาบ้าง แต่วิธีถัดไปที่เราจะพาไปดูนั้น รับรองว่าคุณจะสามารถเก็บทุเรียนไว้ได้นาน และยังปราศจากกลิ่นกวนใจอีกด้วย และวิธีนั้นก็คือ
2. การเก็บรักษาทุเรียนโดยการแช่แข็งเนื้อทุเรียน

ทุเรียนจะเสียได้ง่ายเมื่อโดนความร้อน จึงควรเลือกเก็บไว้ในที่ๆมีอุณหภูมิต่ำหรือนำไปแช่แข็ง
อย่างที่ทราบกันดีว่าทุเรียนนั้นเป็นผลไม้ตามฤดูกาลที่มีกลิ่นแรงมากกว่าผลไม้ชนิดอื่นๆ และเมื่อโดนความร้อนก็จะเสียเอาได้ง่ายๆ จึงทำให้ต้องใช้วิธีการเก็บรักษาที่แตกต่างจากการเก็บผลไม้ทั่วไป โดยการใส่กล่องเก็บกลิ่นทุเรียนและนำไปแช่แข็งนั้นเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการเก็บทุเรียนให้คงคุณภาพและมีรสชาติที่ดีได้ยาวนานที่สุด โดยจะมีวิธีการเตรียมเก็บทุเรียนเพื่อจะแช่แข็ง มีดังต่อไปนี้
ขั้นตอนการเตรียมทุเรียนเพื่อนำไปเก็บไว้ในช่องแข็งโดยไม่มีกลิ่นรบกวน

เก็บทุเรียนในภาชนะที่มีฝาปิดล็อกแนบสนิท ช่วยป้องกันกลิ่นรบกวนได้
- ผ่าผลทุเรียนออกอย่างช้าๆ ระมัดระวังหากเราไม่ชำนาญ และควรสวมถุงมือเพื่อป้องกันตนเองไม่ให้ได้รับบาดเจ็บจากหนามของทุเรียน
- เมื่อแกะผลทุเรียนแล้ว ค่อยๆเอาเนื้อของทุเรียนออก และจัดใส่ลงบนจาน ควรเก็บเมล็ดไว้ในเนื้อทุเรียนไม่ควรเอาออก เพราะเมล็ดจะช่วยให้เนื้อทุเรียนติดกัน เมื่อเวลาที่เรานำออกจากช่องแข็ง
- เตรียมภาชนะไว้สำหรับใส่ทุเรียนก่อนนำเข้าช่องแข็ง เช่น กล่องเก็บกลิ่นทุเรียนหรือ หรือ กล่องถนอมอาหารที่สะอาดและแห้งสนิท หลังจากนั้นวางเนื้อทุเรียนลงไป โดยควรวางไว้ข้างๆกันและให้มีช่องว่างระหว่างกัน
- ปิดฝากล่องให้แนบสนิทเพื่อให้อากาศไม่สามารถผ่านเข้าออกได้ หลังจากนั้นนำเข้าช่องแข็ง เพียงเท่านี้ก็เป็นการช่วยเก็บรักษาทุเรียน และถนอมทุเรียนได้ยาวนานขึ้น และสามารถเก็บกลิ่นได้ไม่ส่งกลิ่นรบกวน
โดยภาชนะที่ใช้ในการเก็บทุเรียนสามารถเลือกใช้กล่องถนอมอาหาร ที่ปราศจากสารก่อมะเร็ง (BPA Free) มีเทคโนโลยีพิเศษล็อกได้ถึง 2 ชั้น ทำให้อากาศไม่สามารถผ่านเข้าออกได้ รวมถึงยังมีเทคโนโลยีไมโครแบนที่ช่วยยับยั้งเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย ทำให้สามารถช่วยถนอมอาหารได้ยาวนานกว่ากล่องทั่วไป นอกจากนี้จะต้องเลือกใช้กล่องที่มีฝาล็อกแนบสนิทเพื่อเก็บกลิ่นอาหารได้ดี และต้องทนต่ออุณหภูมิสูงสุด -20 ถึง 120 องศาเซลเซียส สามารถนำเข้าช่องแช่แข็งได้อย่างปลอดภัย แค่นี้คุณก็จะสามารถเก็บทุเรียนไว้รับประทานได้นานขึ้น โดยที่ไม่ส่งกลิ่นรบกวนคนในบ้าน หรือแม้แต่อาหารในตู้เย็นแล้วค่ะ
ทุเรียนถือเป็นราชาแห่งผลไม้ และเป็นสินค้าส่งออกของไทย ในปีๆ หนึ่งไทยส่งออกทุเรียนแช่ฟรีชไปจีนมูลค่าไม่ต่ำกว่า 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากผลไม้สดทุกชนิดสามารถคงความสดอยู่ได้ไม่เกิน 20 วัน แต่เดิมเราขนส่งผลไม้ทางทะเลโดยใช้ห้องควบคุมอุณหภูมิในตู้สินค้าเย็น (Reefer) แต่ปัจจุบันมีวิธีรักษาและแปรรูปทุเรียนใหม่โดยวิธีฟรีซดรายทุเรียน (Freeze Dried) ดังนั้นการนำทุเรียนส่งออก ผ่านวิธีนี้จึงเป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกรเพื่อรักษาความสด และรสชาติของราชาผลไม้อย่างทุเรียน
โดยทุเรียนที่ผ่านกรรมวิธี Freeze Drying สามารถเก็บได้นานถึง 50 ปี แต่ทั้งนี้ในตลาดจะกำหนดให้อายุอยู่ที่ 12-24 เดือน เนื่องจากหลังจาก 12-24 เดือน สีของผลไม้จะเปลี่ยน และบรรจุภัณฑ์อาจชำรุดหรือเกิดการซึมผ่านของออกซิเจน ทำให้เกิดความชื้น ซึ่งวิธี Freeze Drying แบ่งออกเป็น 2 แบบ
ส่งออกทุเรียนที่ปลอกแล้วด้วยวิธี Freeze Drying แบบใช้ลมเย็น (Air Blast Freezing)
1.การนำเข้าเยือกแข็ง (Freezing)
การทำให้น้ำในเนื้อทุเรียนกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งขนาดเล็กด้วยการใช้ลมเย็นติดลบ -60 องศา เพื่อให้เซลล์ของทุเรียนไม่แตก และน้ำในทุเรียนกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งเล็กๆ ซึ่งตู้เย็นทั่วไปจะไม่สามารถทำได้ เนื่องจากการเข้าแช่ฟรีซแบบทั่วไป ทำให้เกิดผลึกน้ำแข็งขนาดใหญ่และอาจทำให้เนื้อทุเรียนซ้ำได้
2.การทำให้แห้งขั้นปฐมภูมิ(Primary Dying)
เป็นการลดปริมาณน้ำในเนื้อทุเรียน ด้วยการลดความดันบรรยากาศให้ต่ำลงในระบบสุญญากาศ เพื่อระเหิดผลึกน้ำแข็งในเซลล์ให้กลายเป็นไอ
3.การทำให้แห้งขั้นทุติยภูมิ(Secondary Drying)
หลังผ่านการระเหิดในขั้นปฐมภูมิ ทุเรียนยังคงมีความชื้นหลงเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งจำเป็นที่จะต้องทำให้แห้งด้วยการเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้น เพื่อนำความชื้นที่ตกค้างออก และทำให้ทุเรียนที่ส่งออกมีความชื้นต่ำกว่า 3%
ส่งออกทุเรียนที่ปลอกแล้วด้วยวิธี Freeze Drying แบบไครโอเจนนิค (Cryogenic Freezing)
1.การนำเข้าเยือกแข็ง (Freezing)
วิธีดรายฟรีซทุเรียนแบบไครโอเจนนิค เริ่มจากการแช่เยือกแข็ง โดยการลดอุณหภูมิของทุเรียนให้ต่ำกว่าจุดเยือกแข็งอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะใช้สารไครโอเจน เช่น ไนโตรเจนเหลว เพราะมีจุดเดือดในอุณหภูมิที่ต่ำมาก เมื่อสัมผัสกับเนื้อทุเรียน จะเกิดการเดือดและดึงเอาความร้อนแฝงออกจากอาหาร ทำให้น้ำในเซลล์ของทุเรียนเปลี่ยนสถานะอย่างรวดเร็วจากของเหลวเป็นของแข็ง
2.การทำให้แห้งขั้นปฐมภูมิ(Primary Dying)
ในการทำให้แห้งขั้นปฐมภูมิ (Primary Dying) ของวิธีดรายฟรีซแบบไครโอเจนนิค จะเป็นการลดปริมาณน้ำในเนื้อทุเรียน ด้วยการลดความดันบรรยากาศให้ต่ำลงในระบบสุญญากาศ เพื่อระเหิดผลึกน้ำแข็งในเซลล์ให้กลายเป็นไอ เช่นเดียวกับรูปแบบการใช้ลมเย็น
3.การทำให้แห้งขั้นทุติยภูมิ(Secondary Drying)
หลังผ่านการระเหิดในขั้นปฐมภูมิ ทุเรียนยังคงมีความชื้นหลงเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง ซึ่งในการดรายฟรีซแบบไครโอเจนนิคจะทำเช่นเดียวกับรูปแบบการใช้ลมเย็น คือจำเป็นที่จะต้องทำให้เนื้อทุเรียนแห้งด้วยการเพิ่มอุณหภูมิให้สูงขึ้น เพื่อนำความชื้นที่ตกค้างออก และทำให้ทุเรียนที่ส่งออกมีความชื้นต่ำกว่า 3%”
สรุปก็คือการเก็บทุเรียนนั้นสามารถเก็บได้หลายแบบไม่ว่าจะเป็นการเก็บแบบทั้งลูก หรือการเก็บเฉพาะผลและวิธีฟรีชทุเรียน โดยวิธีการเก็บรักษาทุเรียนให้อยู่ได้นานและไม่ส่งกลิ่นรบกวนนั้นขึ้นอยู่กับหลายๆปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการเลือกเก็บในอุณหภูมิที่เหมาะสม หลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดหรืออยู่ในอุณหภูมิที่สูงโดยวิธีที่ดีที่จะทำให้เก็บทุเรียนไว้รับประทานได้นานและคงคุณภาพของรสชาติทุเรียนได้โดยไม่ส่งกลิ่นรบกวนคือเก็บไว้ในช่องแข็ง โดยนำเนื้อทุเรียนไปใส่ในกล่องถนอมอาหารหรือกล่องเก็บกลิ่นทุเรียนที่มีฝาปิดสนิทไม่มีอากาศเข้าไปด้านในกล่องได้เท่านี้ก็จะช่วยให้การเก็บรักษาทุเรียนของคุณมีประสิทธิภาพเก็บได้นานและไม่มีกลิ่นแล้วนั่นเอง หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์กับทุกๆคนที่เข้ามาอ่านค่ะ
ขอบคุณข้อมูลจาก :
https://bit.ly/3oCUTGM
https://bit.ly/3yrSoeZ
————————————————–
“เราเชื่อว่าสินค้าเครื่องใช้ในบ้านที่ดีจะทำให้ชีวิตสะดวกสบาย
เราจึงคัดสรรสินค้าที่มีคุณภาพดีที่สุดให้คุณ”
สามารถหาซื้อได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป หรือทางออนไลน์ได้ที่
Shopee : bit.ly/2MoIClV
Lazada : bit.ly/3AckxtJ
และทางเว็บไซต์ shop.micronware.co.th นะคะ
#SuperLockSuperCare #เก็บทุกความใส่ใจเก็บไว้ในSuperLock
————————————————–
“เราเชื่อว่าสินค้าเครื่องใช้ในบ้านที่ดีจะทำให้ชีวิตสะดวกสบาย
เราจึงคัดสรรสินค้าที่มีคุณภาพดีที่สุดให้คุณ”