เชื่อว่ามีหลายๆคน ที่เคยเห็นสัญลักษณ์ตามภาชนะใส่อาหาร ขวดน้ำ หรือว่าได้ยินชื่อกันมาบ้าง สำหรับ “BPA Free” ที่ฟังผ่านๆก็อาจจะไม่รู้ว่าจริงๆแล้ว สิ่งที่เราได้ยินและคุ้นหูอยู่นี้มันคืออะไรกันแน่ เราเลยได้ไปทำการรวบรวมข้อมูลเพื่อนำสาระความรู้ดีๆมาฝากทุกคนกัน ซึ่ง “BPA Free” คืออะไร มีประโยชน์อย่างไรวันนี้จะมาไขข้อสงสัยให้ทุกคนได้รับรู้ไปพร้อมๆกันเลย

BPA คืออะไร ?

ก่อนที่จะทำความรู้จักกับ BPA Free นั้น เริ่มแรกต้องรู้ก่อนว่า BPA คืออะไร?

BPA ย่อมาจาก Bisphenol A เป็นสารเคมีประเภทโพลีคาร์บอเนต (Polycarbonate Plastic) เป็นวัตถุดิบสำคัญที่นำมาใช้ในการผลิตพลาสติก เช่น ถ้วยพลาสติก ชามพลาสติก ขวดน้ำพลาสติก เป็นต้น BPA มีคุณสมบัติช่วยให้ผลิตภัณฑ์พลาสติกมีความแข็งแรง ใส ไม่แตกง่าย แต่ข้อเสียคือ BPA เป็นสารก่อมะเร็งและสร้างความผิดปกติให้กับเซลล์ในร่างกาย หากผลิตภัณฑ์พลาสติกพวกนี้โดนความร้อน จากการต้ม นึ่ง สเตอริไลซ์ หรือการตากแดดเป็นเวลานาน สาร BPA ในผลิตภัณฑ์พลาสติกก็จะหลุดออกมาปะปนกับอาหารที่บรรจุอยู่ในภาชนะนั้น ซึ่งหากบริโภคอาหารเหล่านั้นเข้าไป อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภค

สาเหตุที่ใช้สาร BPA ในภาชนะบรรจุอาหาร

สาเหตุที่เมื่อก่อนนิยมใช้สาร BPA หรือ Bisphenol A ในภาชนะบรรจุอาหาร เป็นเพราะว่า BPA เป็นสารเคมีอุตสาหกรรมที่ใช้ตั้งต้นในการผลิตพลาสติกและเรซินบางชนิด ตั้งแต่ทศวรรษที่ 1960 โดยมีนักเคมีพบว่ามันสามารถนำมาผสมกับสารประกอบอื่นๆได้ เพื่อผลิตพลาสติกที่มีความแข็งแรง และสามารถยืดหยุ่นได้มากกว่า พบได้ในพลาสติกโพลีคาร์บอเนตและเรซินอีพ็อกซี่  โดยพลาสติกที่มีสาร BPA นั้นถูกนำไปใช้ในภาชนะบรรจุอาหาร ขวดนม และสิ่งของอื่นๆ นอกจากนี้ BPA ยังถูกนำไปใช้เป็นเยื่อบุด้านในของภาชนะบรรจุอาหารกระป๋องเพื่อป้องกันการสึกหรอและกัดกร่อนอีกด้วย

อันตรายของสาร BPA เมื่อเข้าสู่ร่างกาย

สาร BPA ที่ปนเปื้อนมากับผลิตภัณฑ์พลาสติกและอาหารส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้บริโภคทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งเด็กทารกที่ได้รับสาร BPA สะสมเข้าสู่ร่างกาย จะส่งผลกระทบที่รุนแรงกว่าในผู้ใหญ่ ซึ่งจะส่งผลต่อร่างกายดังนี้

อันตรายต่อเด็ก

  1. หากเด็กได้รับสาร BPA เข้าสู่ร่างกาย จะส่งผลต่อการสร้างเซลล์สมอง ระบบประสาท ความทรงจำและการเรียนรู้ของเด็ก
  1. มีผลต่อฮอร์โมนการเจริญเติบโต และการสืบพันธุ์ ทำให้เด็กเป็นหนุ่มเป็นสาวเร็วเกินไป รวมถึงเด็กมีแนวโน้มที่อาจจะเป็นโรคอ้วน และไฮเปอร์แอคทีฟหรือที่เราเรียกกันว่าโรคสมาธิสั้น ก่อให้เกิดความเสี่ยงโรคเบาหวาน และโรคหัวใจ ยิ่งสะสมในร่างกายมากเท่าใด ก็จะยิ่งไปลดศักยภาพการทำงานของร่างกายมากขึ้น

อันตรายต่อผู้ใหญ่

  1. ในหญิงตั้งครรภ์ หากได้รับสาร BPA จะส่งผลต่อการเจริญเติบโตของตัวอ่อนและมีความเสี่ยงในการแท้ง ซึ่งความผิดปกติของโครโมโซมที่เกิดขึ้น อาจทำให้เด็กที่เกิดมามีโอกาสเป็นโรคดาวน์ซินโดรม และไฮเปอร์แอคทีฟ
  2. ในผู้หญิงที่ได้รับสาร BPA อาจทำให้ความสามารถในการปฏิสนธิของไข่ลดลง ส่งผลกระทบต่อการทำงานของต่อมไทรอยด์และเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งเต้านม
  3. ผู้ชายที่ได้รับสาร BPA อาจทำให้สมรรถภาพทางเพศลดลง DNA ในสเปิร์มถูกทำลาย ส่งผลให้จำนวนและการเคลื่อนไหวของสเปิร์มลดลง รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นมะเร็งต่อมลูกหมาก

ผลข้างเคียงของการสัมผัส BPA

สัมผัสทางการหายใจ

การหายใจเข้าไปจะก่อให้เกิดการระคายเคือง และไอ ผู้ที่ทำการใช้สารในระดับประมาณ 240 มิลลิกรัม เป็นเวลา 1-2 ชั่วโมง ทำให้รู้สึกมีรสชาติขม คลื่นไส้ และปวดศีรษะ

สัมผัสทางผิวหนัง

การสัมผัสสารถูกผิวหนังจะก่อให้เกิดการระคายเคืองเล็กน้อย การสัมผัสสารติดต่อกันเป็นเวลานานทำให้เป็นโรคผิวหนัง เป็นผื่นแดง คัน และบวม

กินหรือกลืนเข้าไป

การกลืนหรือกินเข้าไปจะก่อให้เกิดการระคายเคืองในปากและทางเดินอาหาร แต่ไม่มีพิษต่อร่างกาย ถ้าได้รับสารในปริมาณมาก มีผลกระทบต่อระบบประสาทส่วนกลาง เช่นมีอาการคลื่นไส้ ปวดศีรษะ วิงเวียน และอาเจียน

สัมผัสถูกดวงตา

การสัมผัสถูกดวงตาจะก่อให้เกิดการระคายเคืองต่อตา

สามารถหลีกเลี่ยงสาร BPA ได้อย่างไรบ้าง

1.เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์ BPA Free

ไม่ว่าจะเป็นขวดนม Water Bottle หรือผลิตภัณฑ์พลาสติกอื่นๆ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์ BPA Free กำกับไว้บนฉลาก

2.หลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกที่มีเครื่องหมายรีไซเคิลที่ระบุหมายเลข 3 (PVC) และหมายเลข 7 (Other)

บนฉลากของผลิตภัณฑ์พลาสติกบางผลิตภัณฑ์ จะมีสัญลักษณ์กำกับไว้ว่าพลาสติกนั้น ๆ สามารถนำมารีไซเคิลได้หรือไม่ โดยสัญลักษณ์รีไซเคิลจะมีหมายเลข 1-7 กำกับไว้ว่าผลิตภัณฑ์นั้นเป็นพลาสติกประเภทใด ดังนั้น ควรหลีกเลี่ยงการใช้พลาสติกที่มีเครื่องหมายรีไซเคิล หมายเลข 3 และหมายเลข 7 เนื่องจากในพลาสติกสองประเภทนี้มีสาร BPA เมื่อพลาสติกเหล่านี้โดนความร้อน จะทำให้เกิดสารปนเปื้อนมากับภาชนะนั้นๆได้

3. หลีกเลี่ยงการอุ่นอาหารในภาชนะพลาสติก

ไม่ควรนำภาชนะพลาสติกที่ไม่ได้ระบุว่าใช้ซ้ำได้มาเป็นภาชนะในการอุ่นอาหาร และไม่ควรนำภาชนะพลาสติกเข้าไมโครเวฟ เนื่องจากเมื่อภาชนะนั้นๆโดนความร้อนจะทำให้สาร BPA ที่อยู่ในภาชนะ ปนเปื้อนออกมากับอาหารที่บรรจุอยู่ในภาชนะนั้นได้ จึงขอแนะนำว่าให้ใช้ภาชนะพลาสติกสำหรับเข้าไมโครเวฟโดยเฉพาะเท่านั้น

การควบคุมและยกเลิกการใช้งานสาร BPA 

สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา (FDA) ได้มีการกล่าวว่าสาร BPA นั้นมีความปลอดภัยในระดับต่ำมาก เกิดขึ้นในอาหารบางชนิด ทำให้ BPA นั้นเริ่มถูกจำกัดและยกเลิกการใช้งานในหลายๆประเทศ โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์สำหรับทารกและเด็ก เช่น

US-FDA สหรัฐอเมริกา

ในสหรัฐอเมริกาไม่มีระเบียบการชัดเจนจากส่วนกลาง และไม่ได้ห้ามการจำหน่ายขวดนมที่มี BPA เนื่องจากยังไม่มีข้อมูลเพียงพอให้สรุปความเป็นพิษของ BPA แต่มีการขอความร่วมมือให้ผู้ผลิตใช้วัสดุอื่นๆ แทน แต่ก็มีการจำกัดและออกกฎหมายห้ามใช้ขวดน้ำที่มี BPA ในบางรัฐ  ได้แก่ Chicago, California, Delaware, Maine, Maryland, Massachusetts, Minnesota, Missouri, New York, Oregon, Pennsylvania, Vermont, Washington D.C., Wisconsin

ประเทศแคนาดา

แคนาดาเป็นประเทศแรกที่มีการประกาศให้สาร BPA เป็นสารอันตรายต่อสุขภาพของมนุษย์และสิ่งแวดล้อม โดยมีการเริ่มบังคับใช้กฎหมายในปี พ.ศ. 2551 และต่อมาในปี พ.ศ. 2553 ได้มีการประกาศเพิ่มเติมในกฎหมาย Hazardous Products Act ซึ่งมีการกำหนดให้ห้ามจำหน่าย โฆษณา และนำเข้าขวดนมชนิด PC ที่มีสาร BPA เป็นส่วนประกอบ

ราชอาณาจักรเดนมาร์ก

เดนมาร์กเริ่มมีการบังคับใช้กฎหมายในปี พ.ศ. 2553 โดยประกาศห้ามใช้สาร BPA ในวัสดุสัมผัสอาหารสำหรับเด็กทารกและเด็กอายุระหว่าง 0-3 ปี

สาธรารรัฐฝรั่งเศส

ในฝรั่งเศสมีข้อกฎหมายห้ามผลิต จำหน่าย และนำเข้าวัสดุสัมผัสอาหารทุกชนิดที่มีสาร BPA สำหรับใช้กับเด็กทารกและเด็ก เริ่มบังคับใช้เมื่อปี พ.ศ. 2553 แต่ว่ายังคงอนุญาตให้มีการผลิตและส่งออกวัสดุสัมผัสอาหารที่มีสาร BPA

ประเทศไทย

สำหรับประเทศไทยของเราก็มีการเริ่มบังคับใช้ข้อกฎหมายในปี พ.ศ. 2558 โดยออกประกาศฯ ควบคุมความปลอดภัยของขวดน้ำและภาชนะบรรจุภัณฑ์ที่ใช้เลี้ยงเด็กทารกและเด็กเล็ก เพื่อลดโอกาศเกิดปัญหาด้านสุขภาพของทารกและเด็กเล็กจากการได้รับสาร BPA จากขวดนม

ประเทศที่ห้ามใช้ขวดนมที่มีสาร BPA

ประเทศที่ห้ามใช้ขวดนมที่มีสาร BPA ได้แก่ สาธารณรัฐประชาชนจีน ไต้หวัน มาเลเซีย ตุรกี อาร์เจนตินา สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

BPA Free คืออะไร และดีอย่างไร?

หลังจากรู้จักกับ BPA อย่างรอบด้านแล้ว ก็ต้องรู้จัก BPA Free ด้วย ซึ่ง BPA Free ก็คือ ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีส่วนประกอบของสาร BPA ที่จะทำให้เกิดความเสี่ยงจากโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ ไม่เป็นอันตรายต่อมนุษย์ที่บริโภคอาหารในภาชนะเหล่านี้ และมั่นใจได้ว่าภาชนะที่มี BPA Free ปลอดภัยต่ออาหารและเครื่องดื่ม เมื่อโดนความร้อนจะไม่มีสารปนเปื้อนออกมากับอาหารด้วย

ทำไมถึงต้องใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์ BPA FREE

อย่างที่ทราบกันแล้วว่า BPA Free คือ ผลิตภัณฑ์หรือภาชนะที่ปราศจากสาร BPA หรือผลิตภัณฑ์ที่ไม่ใช้สารประกอบอินทรีย์ Bisphenol A ในการสร้าง และเหตุผลที่ต้องเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสัญลักษณ์ BPA Free นั้น ก็เพราะว่ามีความปลอดภัยต่อร่างกายและสุขภาพได้มากขึ้น และมั่นใจได้ว่าเมื่อเรารับประทานอาหารในภาชนะที่มี BPA Free จะไม่เกิดอันตรายจากสาร BPA ที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน หรือโรคหัวใจ เป็นต้น ดังนั้นเราจึงต้องให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ภาชนะที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ และมีสัญลักษณ์ BPA Free นั่นเอง

เป็นไงบ้างคะ สำหรับความรู้ในเรื่องของ BPA FREE ตั้งแต่ช่วงที่เริ่มต้นในการใช้สาร BPA มาเป็นส่วนประกอบในการผลิตภาชนะบรรจุอาหารต่างๆ และความอันตรายของสาร BPA ที่มีผลต่อสุขภาพทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ จนถึงข้อมูลต่างๆของ BPA FREE คงจะสรุปได้ว่า ผลิตภัณฑ์ที่มี BPA Free นั้นปลอดภัยต่ออาหารและเครื่องดื่ม ไม่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อโรคมะเร็ง หรือโรคหัวใจแก่ผู้บริโภคที่เลือกใส่อาหารในผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ดังนั้นเราจึงควรให้ความสำคัญกับการเลือกใช้ภาชนะที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ และมี BPA Free นั่นเอง และหวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกคนได้ไขข้อข้องใจ และรู้จักกับ BPA และ BPA Free มากขึ้นนะคะ

 

ไขข้อสงสัย ! BPA Free คืออะไรกันนะ

ไขข้อสงสัย ! BPA Free คืออะไรกันนะ

 

ไขข้อสงสัย ! BPA Free คืออะไรกันนะ

ไขข้อสงสัย ! BPA Free คืออะไรกันนะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.verasu.com/knowledge/58/BPA-FREE-%E0%B8%84%E0%B8%B7%E0%B8%AD%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3

https://th.theasianparent.com/bpa-free-%E0%B9%83%E0%B8%99%E0%B8%82%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%83%E0%B8%8A%E0%B9%89%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B8%9A%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%93%E0%B9%81%E0%B8%A1%E0%B9%88

https://greenshopcafe.com/greennews851.html

สามารถหาซื้อได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป หรือทางออนไลน์ได้ที่

Shopee : bit.ly/2MoIClV
Lazada : bit.ly/2POtmDo
และทางเว็บไซต์ www.micronware.co.th นะคะ

#SuperLockSuperCare #เก็บทุกความใส่ใจเก็บไว้ในSuperLock
————————————————–

“เราเชื่อว่าสินค้าเครื่องใช้ในบ้านที่ดีจะทำให้ชีวิตสะดวกสบาย
เราจึงคัดสรรสินค้าที่มีคุณภาพดีที่สุดให้คุณ”

Leave a Reply

Your email address will not be published. ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.