เชื่อว่าขนมปัง เป็นอาหารอีกประเภทหนึ่งที่ทุกคนต้องเคยรับประทานกันอย่างแน่นอน เพราะว่าสามารถหาซื้อมาทานได้ง่ายมาก จะเอามาทำเป็นอาหารคาวอย่างแซนวิสหรือทานคู่กับสเต๊กก็ได้ หรือจะทานเป็นของหวานก็ได้เช่นกัน เพียงแค่ทาเนย นม หรือแยมต่างๆ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่จะมีขนมปังวางอยู่ในครัว หรือโต๊ะของว่างเอาไว้ทานเล่นยามหิวนั่นเอง แต่ก็มีหลายคนที่ประสบกับปัญหาที่หลังจากซื้อขนมปังมาได้ 2-3 วันแล้วขนมปังก็เริ่มไม่อร่อย เนื้อไม่นุ่มเหมือนตอนแรกที่ซื้อมา ดังนั้นเราเลยวิธีเก็บขนมปังยังไงให้อยู่ได้นานขึ้น และปลอดภัยจากเชื้อราและแบคทีเรียมาฝากทุกคนกันค่ะ จะมีวิธีการเก็บยังไงบ้างลองไปดูกันเลย

แชร์วิธีเก็บขนมปังยังไงให้อยู่ได้นาน

แชร์วิธีเก็บขนมปังยังไงให้อยู่ได้นาน

 

สารบัญ

 

ขนมปัง ทำมาจากอะไรนะ ?

ก่อนที่จะทราบถึงวิธีเก็บขนมปังยังไงให้อยู่ได้นาน ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ “ขนมปัง” กันก่อนดีกว่าค่ะ ว่าจริงๆแล้วมันทำมาจากอะไร และมีส่วนประกอบอะไรบ้าง ตามมาดูกันเลย

 

  • แป้งสาลี

ส่วนประกอบแรกของขนมปังเลยก็คือแป้งสาลี ซึ่งจะต้องเป็นแป้งที่ได้คุณภาพ และกว่าจะมาเป็นแป้งสาลีที่เราใช้ทำขนมปังนั้น ก็ต้องผ่านการแปรรูปจากเมล็ดข้าวสาลีนำไปเข้าเครื่องบดหรือปั่นเพื่อให้กลายมาเป็นแป้งสาลีแบบละเอียด นอกจากนี้แป้งสาลียังถูกแบ่งออกเป็น 2 แบบด้วยกัน คือ 1) แป้งสาลีแบบฟอกสี และ 2) แป้งสาลีแบบไม่ฟอกสี ซึ่งทั้งสองแบบนี้ต่างกันตรงที่สีของเนื้อแป้ง และกระบวนการที่แตกต่างกันแน่นอนว่าถ้าแบบฟอกสีจะมีการใช้สารเคมีกับแป้งสาลีโดยใช้เวลาไม่นานก็ได้ออกมาเป็นแป้งขนมปังสีขาวสว่าง แต่แบบไม่ฟอกสีจะเป็นการปล่อยให้แป้งสาลีทำปฏิกิริยากับอากาศตามธรรมชาติ ซึ่งใช้เวลาที่นานแต่ว่าแป้งจะไม่เสียคุณค่าทางโภชนาการ และแป้งขนมปังจะมีสีขาวนวล

  • น้ำ

ส่วนผสมที่สำคัญและขาดไม่ได้เลยก็คือน้ำ เพราะว่าน้ำเป็นตัวช่วยให้ส่วนผสมทุกอย่างที่ใช้ทำขนมปังเกิดปฏิกิริยาเข้าด้วยกัน รวมถึงยังช่วยทำให้เกิดการละลายของส่วนผสมบางชนิด ซึ่งในการทำขนมปังก็ต้องดูปริมาณของส่วนผสมทั้งหมดที่ใช้กับปริมาณน้ำให้เหมาะกับประเภทของขนมปัง

  • ยีสต์

สำหรับยีสต์นั้นก็เป็นส่วนผสมของขนมปังที่สำคัญไม่แพ้กับส่วนผสมอื่นๆเลย เพราะว่าใช้ในการหมักร่วมกับแป้งขนมปัง และเมื่อทั้งสองเกิดการทำปฏิกิริยาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็จะส่งผลทำให้ขนมปังนั้นมีน้ำหนักและฟูใหญ่ขึ้น ทั้งยังช่วยทำให้ขนมปังมีรสชาติอีกด้วย

  • ผงฟู

ในส่วนของผงฟูที่เราคุ้นเคยกันดี และใช้เป็นส่วนผสมกับขนมหลายๆชนิด ชื่อก็บ่งบอกตรงตัวแล้วค่ะ ว่าช่วยทำให้ขนมปังของเราฟูขึ้น โดยผงฟูนั้นจะมีฤทธิ์เป็นกรดเมื่อนำไปผสมกับแป้งขนมปังและน้ำก็จะเกิดเป็นปฏิกิริยาขึ้น และทำให้ขนมปังของเราจับตัวกันและฟูขึ้นนั่นเอง

 

 

ขนมปังมีกี่ประเภท

 

มาดูกันว่าขนมปังมีกี่ประเภท และเหมาะกับทำอะไร

มาดูกันว่าขนมปังมีกี่ประเภท และเหมาะกับทำอะไร

 

อย่างที่ทราบกันดีว่าขนมปังนั้นสามารถรับประทานได้ทันที โดยมักจะนิยมรับประทานคู่กับการทาเนย นม แยม เยลลี่ น้ำผึ้ง หรือนำไปทำเป็นแซนวิช ที่เอาแฮม ปูอัด หมูหยอง หรือใส่น้ำมายองเนสลงไปเพื่อรับประทานได้ แต่ทุกคนเคยทราบไหมคะว่าขนมปังมีกี่ประเภท และประเภทไหนเหมาะกับการนำไปทำอะไร ซึ่งในหัวข้อนี้เราขอแนะนำให้ทุกคนได้รู้จักกับประเภทของขนมปังที่ถูกแบ่งจากปริมาณของส่วนผสมจากน้ำตาลและไขมัน โดยแบ่งได้ดังนี้

 

  • ขนมปังผิวแข็ง (Hard Bread)

สำหรับขนมปังผิวแข็ง เป็นขนมปังที่มีส่วนประกอบของไขมันอยู่ที่ปริมาณ 0-3 เปอร์เซ็นต์ มีปริมาณน้ำตาล 0-2 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งขนมปังประเภทนี้มีโปรตีนสูง และค่อนข้างทนต่อการหมัก โดยจะมีลักษณะที่สังเกตได้ง่ายๆคือจะเป็นรูปทรงกลมยาวๆหรือสั้น และมีเนื้อที่ค่อนข้างจะแข็งตามชื่อ เหมาะสำหรับนำไปทำเป็นขนมปังขาไก่ ขนมปังฝรั่งเศสนั่นเอง

 

  • ขนมปังจืด (Loaf Bread)

ขนมปังจืดเหมาะสำหรับการทำแซนวิช

ขนมปังจืดเหมาะสำหรับการทำแซนวิช

 

ประเภทต่อมาจะเป็นขนมปังจืด เป็นขนมปังที่มีส่วนประกอบของไขมันอยู่ที่ปริมาณ 3-6 เปอร์เซ็นต์ มีปริมาณน้ำตาล 4-10 เปอร์เซ็นต์ และเนื้อสัมผัสของขนมปังจืดจะมีความนุ่มกว่าขนมปังผิวแข็ง โดยมีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมหรือกะโหลก โดยขนมปังประเภทนี้เหมาะสำหรับการนำไปทำเป็นแซนวิช หรือทำเป็นขนมปังปอนด์ที่เป็นแถวยาวๆ อย่างที่เราเคยเห็นกันอยู่บ่อยๆ

 

  • ขนมปังซอฟต์โรล (Soft Roll)

ขนมปังประเภทต่อมาก็คือขนมปังซอฟต์โรล ซึ่งเป็นขนมปังกึ่งหวาน มีส่วนประกอบของไขมันอยู่ที่ปริมาณ 6-12 เปอร์เซ็นต์ มีปริมาณน้ำตาล 10-15 เปอร์เซ็นต์ โดยขนมปังชนิดนี้มีส่วนประกอบของแป้งที่ให้โปรตีนอยู่ในระดับปานกลาง โดยขนมปังประเภทซอฟต์โรลนี้มักจะมีเนื้อผัสที่ค่อนข้างเนื้อนุ่มกว่าขนมปังจืด รวมถึงมีรสชาติที่ออกหวานเล็กน้อย เหมาะสำหรับนำมาเป็นขนมปังมีไส้ข้างใน เช่น ขนมปังไส้หมูหยอง ขนมปังลูกเกด ซอฟต์บัน เป็นต้น

 

  • ขนมปังหวาน (Sweet Dough)

และมาถึงขนมปังประเภทสุดท้ายคือขนมปังหวาน ที่มีส่วนประกอบของไขมันอยู่ที่ปริมาณ 12-24 เปอร์เซ็นต์ มีปริมาณน้ำตาล 16-22 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังมีส่วนประกอบของแป้งที่ให้โปรตีนอยู่ในระดับปานกลางเช่นเดียวกับขนมปังแบบซอฟต์โรล แต่จะมีความแตกต่างกันตรงที่ขนมปังหวานนั้นจะใช้ส่วนผสมของยีสต์มากกว่าและมีรสชาติที่หวานกว่านั่นเองค่ะ ซึ่งขนมปังชนิดนี้สามารถดัดแปลงให้มีรูปร่างลักษณะได้หลากหลาย และเหมาะสำหรับการนำมาทำเป็นขนมปังที่สอดไส้ข้างในได้ เช่น ขนมปังสังขยา ขนมปังรสนม ขนมปังมะพร้าว เป็นต้น

 

 

ขนมปังมีอายุเท่าไหร่

เชื่อว่าคงมีหลายๆคนที่กำลังตั้งข้อสงสัยและอยากรู้ว่าอายุขนมปังนั้นอยู่ได้นานเท่าไหร่  ในหัวข้อนี้เรามีคำตอบมาฝากทุกคนกันค่ะ ปกติแล้วอายุขนมปังทั่วๆไปที่ไม่ได้ใส่สารกันบูด และอยู่ในอุณหภูมิห้องสามารถเก็บได้นานถึง 3-4 วัน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมโดยรอบที่จะส่งผลกับอายุขนมปังโดยตรง หรือให้เข้าใจง่ายๆเลยก็คือถ้าหากว่าเก็บขนมปังอยู่ในที่แห้งก็จะทำให้อายุขนมปังนั้นอยู่ได้นาน แต่ถ้าหากเก็บในที่ๆมีความชื้นหรือเลือกเก็บเอาไว้ในภาชนะที่ปิดไม่สนิท ก็จะทำให้อายุขนมปังสั้นลง เนื่องจากมีการเจริญเติบโตของเชื้อราที่อยู่ในอากาศหรือมีแบคทีเรียเข้าไปสู่ขนมปัง ดังนั้นเราจึงต้องให้ความสำคัญกับวิธีเก็บขนมปัง เพื่อยืดอายุขนมปังให้สามารถเก็บไว้รับประทานได้นานๆ ดังหัวข้อด้านล่างนี้

 

วิธีเก็บขนมปัง ให้ยืดอายุ และอยู่ได้นาน?

แชร์วิธีเก็บขนมปัง และวิธียืดอายุขนมปังให้อยู่ได้นาน

แชร์วิธีเก็บขนมปัง และวิธียืดอายุขนมปังให้อยู่ได้นาน

 

หลังจากที่เราทราบแล้วว่าอายุขนมปังทั่วๆไปที่ไม่ใส่สารกันบูดและอยู่ในอุณหภูมิห้องนั้นมีอายุเท่าไหร่ ต่อมาเราก็จะขอแนะนำวิธีเก็บขนมปัง เพื่อช่วยยืดอายุขนมปังให้อยู่ได้นาน และอยากให้ทุกคนได้ลองนำไปทำตามกันดูค่ะ โดยมีวิธีการดังนี้

 

  • เก็บด้วยทิชชู่

สำหรับวิธีเก็บขนมปังวิธีแรก ไม่ว่าใครก็สามารถทำตามได้ง่ายๆเพียงแค่ใช้ทิชชู่ โดยเริ่มต้นให้เราเลือกทิชชู่ที่มีขนาดใหญ่พอที่จะห่อขนมปังได้ หลังจากห่อเสร็จเรียบร้อยแล้วก็นำขนมปังกลับไปใส่ในถุงพลาสติก แล้วทำการปิดปากถุงให้สนิทนำเข้าช่องแช่แข็ง เท่านี้ก็ช่วยยืดอายุขนมปังให้อยู่ได้นานขึ้นแล้วค่ะ

 

  • เก็บด้วยเหล้าวิสกี้

มาต่อกับวิธีเก็บขนมปังวิธีที่สองทำตามได้ง่ายไม่แพ้กับวิธีแรกเลยค่ะ แต่ทุกคนอย่าพึ่งตกใจว่าทำไมถึงต้องใช้เหล้าวิสกี้ด้วย เพราะว่าจริงๆแล้วเราแค่ต้องการให้เหล้าวิสกี้ที่มีส่วนประกอบของแอลกอฮอล์เกิดการระเหยออกมาเพื่อช่วยฆ่าเชื้อราที่อยู่ในอากาศและช่วยป้องกันไม่ให้เกิดเชื้อราบนเนื้อขนมปังนั่นเองค่ะ โดยให้เรานำขนมปังไปเก็บไว้ในกล่องสูญญากาศ หลังจากนั้นเทเหล้าวิสกี้ใส่ลงในถ้วยเล็กๆประมาณ 1 ช้อนโต๊ะหรือตามสัดส่วนที่เหมาะสมกับปริมาณของขนมปัง แล้ววางลงไปในกล่องข้างๆกับขนมปังเป็นอันเสร็จเรียบร้อย โดยวิธีเก็บขนมปังวิธีนี้สามารถช่วยยืดอายุขนมปังได้ยาวนานถึง 2 เดือนเลยค่ะ

 

  • เก็บในตู้แช่เย็น

และวิธีเก็บขนมปังวิธีที่สาม เหมาะสำหรับการเก็บขนมปังที่ยังไม่ได้ถูกแกะออกมาจากถุงพลาสติกหรือภาชนะที่ปิดไว้สนิทอยู่แล้ว เนื่องจากขนมปังเหล่านี้ก็ยังไม่โดนลมและแสงแดดจึงสามารถเก็บในตู้เย็นได้ แต่สำหรับขนมปังที่ถูกแกะออกมาแล้วการแช่แข็งคือทางเลือกที่ดีกว่าการแช่เย็น ดังนั้นการเลือกใช้วิธีเก็บขนมปังให้ถูกต้องเหมาะสมกับขนมปัง ก็จะช่วยยืดอายุขนมปังได้เช่นกัน

 

  • เก็บด้วยกล่องถนอมอาหาร

วิธีเก็บขนมปังด้วยกล่องถนอมอาหาร

วิธีเก็บขนมปังด้วยกล่องถนอมอาหาร

 

วิธีเก็บขนมปังวิธีสุดท้ายที่เรานำมาฝากกัน ก็คือการเลือกเก็บเอาไว้ในกล่องถนอมอาหารที่มีฝาปิดล็อคแนบสนิท สามารถป้องกันอากาศเข้าไปสัมผัสกับขนมปังได้ และนอกจากนี้ยังมั่นใจได้ว่าขนมปังที่อยู่ภายในกล่องจะปลอดภัยจากเชื้อราและแบคทีเรีย เพราะว่ามีเทคโนโลยีไมโครแบน และไร้สารก่อมะเร็ง หลังจากนั้นก็นำเข้าช่องฟรีซ และถ้าหากต้องการเก็บรักษาขนมปังให้มีความสดใหม่โดยไม่เสียรสชาติ เราจึงควรวางแผนการกินตั้งแต่วันแรกที่ซื้อขนมปังว่าควรจะต้องทานในปริมาณมากหรือน้อยเท่าไหร่ และถ้าหากว่าเรากินไม่หมดก็ควรจะแบ่งส่วนใส่ไว้ในกล่องถนอมอาหารและปิดฝาให้สนิททุกครั้ง แล้วนำเข้าช่องฟรีซเพื่อยืดอายุขนมปังให้เก็บไว้รับประทานได้นานขึ้น

 

วิธีอุ่นขนมปัง

หลังจากที่ได้ทราบวิธีเก็บขนมปังกันไปแล้ว ซึ่งจะต้องนำขนมปังไปแช่เก็บในช่องฟรีซเพื่อช่วยยืดอายุขนมปังให้อยู่ได้นาน แต่ถ้าหากเราต้องการที่จะทำให้ขนมปังกลับมามีความนุ่ม และยังคงมีรสชาติความอร่อยก็จะต้องอุ่นให้ถูกวิธีเช่นกันค่ะ โดยมีวิธีอุ่นขนมปัง ดังนี้

 

  • อุ่นด้วยเตาอบ

สำหรับวิธีอุ่นขนมปังด้วยเตาอบ เริ่มตั้งจากการนำขนมปังที่ต้องการอุ่นใส่ในภาชนะที่สามารถนำเข้าเตาอบได้ปลอดภัย อย่างเช่น กล่องแก้วถนอมอาหาร แล้วพรมน้ำใส่ขนมปังเล็กน้อย หลังจากนั้นก็นำเข้าเตาอบ โดยใช้เวลาประมาณ 2-4 นาที หรือตามความเหมาะสมของปริมาณขนมปังหรือความหนา เมื่อครบเวลาที่กำหนดก็นำออกมาจากเตาอบได้เลย เท่านี้ก็ได้ขนมปังที่มีความนุ่มและอร่อย ดูน่ารับประทานขึ้นแล้วค่ะ

 

  • อุ่นด้วยไมโครเวฟ

และมาต่อที่วิธีอุ่นขนมปังด้วยไมโครเวฟกันบ้าง โดยเริ่มต้นจะต้องทำให้ขนมปังที่แห้งและแข็งนุ่มลงก่อน ด้วยการพรมน้ำใส่ลงไปในขนมปังเล็กน้อย แล้วนำใส่ลงไปในกล่องที่ทนอุณหภูมิร้อนได้ ปลอดภัยไม่มีสารก่อมะเร็ง (BPA Free) แล้วก็นำเข้าไมโครเวฟประมาณ 5-10 วินาที หรือขึ้นอยู่กับปริมาณของขนมปัง เมื่อครบเวลาที่กำหนดให้ดูลักษณะของขนมปังก่อนว่ามีความนุ่มตามที่ต้องการหรือไม่ หากว่าต้องการให้ขนมปังมีความนุ่มมากกว่านี้ก็นำเข้าไมโครเวฟอีกครั้งค่ะ เพียงเท่านี้ก็ช่วยให้ขนมปังนิ่มเหมือนใหม่ พร้อมรับประทานได้ทันที

 

  • วิธีละลายขนมปังแช่แข็ง

เมื่อทุกคนได้ทราบถึงวิธีอุ่นขนมปังกันไปแล้ว ต่อมาก็จะขอกล่าวถึงวิธีละลายขนมปังที่อยู่ในช่องแช่แข็งให้ทุกคนได้ทราบไปพร้อมๆกัน โดยมีวิธีการง่ายๆ เพียงแค่นำขนมปังที่อยู่ในช่องแช่แข็งออกมาวางเอาไว้ในอุณหภูมิห้องประมาณครึ่งชั่วโมง เพื่อให้ความเย็นที่อยู่ในขนมปังคลายตัวลงนั่นเอง หลังจากนั้นจึงค่อยนำไปอุ่นตามทริคด้านบนที่เราได้กล่าวไปแล้วค่ะ

 

สิ่งที่ไม่ควรทำกับขนมปัง

เมื่อทราบถึงวิธีเก็บขนมปังเพื่อช่วยให้อายุขนมปังอยู่ได้นานขึ้น รวมถึงวิธีอุ่นขนมปังยังไงให้ได้ขนมปังที่มีความนุ่ม และมีรสชาติที่ดีกันไปแล้ว ต่อมาก็จะขอบอกในสิ่งที่ไม่ควรทำกับขนมปัง ถ้าไม่อยากให้ขนมปังของคุณหมดอายุหรือแข็งจนรับประทานไม่ได้ โดยมีสิ่งที่ไม่ควรทำดังต่อไปนี้

 

ไม่ควรเก็บขนมปังไว้ในตู้เย็น

สิ่งที่ไม่ควรทำหากต้องการยืดอายุขนมปังให้อยู่ได้นาน คือไม่ควรนำขนมปังไปเก็บไว้ในตู้เย็น เนื่องจากอุณหภูมิภายในตู้เย็นที่ต่ำจึงเป็นการเร่งให้ขนมปังนั้นแห้งและแข็งเร็วมากกว่าการนำไปวางไว้ในอุณหภูมิห้องปกติค่ะ เมื่อรู้แบบนี้แล้วใครที่ชอบเอาขนมปังไปเก็บไว้ในตู้เย็นก็อย่าลืมเอาออกมาให้ไวเลยค่ะ แล้วก็อย่าลืมปรับเปลี่ยนวิธีเก็บขนมปังตามที่ได้แนะนำไปในข้างต้นนี้กันนะคะ เพียงเท่านี้ก็ช่วยยืดอายุขนมปังให้อยู่ได้นาน แถมไม่เสียความอร่อยด้วย

 

ห้ามโดนแดดและโดนลม

และอีกสิ่งหนึ่งที่ไม่ควรทำ ถ้าไม่อยากให้ขนมปังแข็ง นั่นก็คือห้ามให้ขนมปังโดนแดดและโดนลมอย่างเด็ดขาด สาเหตุก็เพราะว่าแป้งที่เป็นส่วนผสมอยู่ในขนมปังรวมตัวเข้ากับน้ำ จะเกิดการคลายตัวออกมาเมื่อโดนความร้อน และเมื่อวางขนมปังทิ้งไว้โดนลมนานๆ จะทำให้ผลึกแป้งเกิดการแยกตัวจากน้ำและเคลื่อนที่มาเรียงตัวซ้ำใหม่อีกครั้งหนึ่ง ในขณะที่ความชื้นถูกขับออกไปด้วยเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงทำให้ขนมปังมีเนื้อที่แข็ง และไม่น่ารับประทานนั่นเอง

 

สิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับขนมปัง

และสิ่งที่คุณควรรู้อีกอย่างหนึ่ง คือ ขนมปังนั้นสามารถขึ้นราได้ง่ายมากๆ เมื่ออยู่ในอุณหภูมิที่ต่ำ หรือที่ๆมีความชื้น รวมถึงการเลือกวิธีเก็บขนมปังในภาชนะที่ปิดได้ไม่มิดชิดพอ อาจจะกระตุ้นให้การเติบโตของเชื้อราจากสปอร์ของเชื้อราอื่นๆ ที่อยู่ในอากาศเพิ่มมากขึ้นด้วย ดังนั้นจึงควรเลือกวิธีเก็บขนมปังเอาไว้ใน ถาดเก็บขนมปัง หรือ กล่องถนอมอาหารแบบสูญญากาศที่มีฝาล็อกแนบสนิท ทำให้อากาศไม่สามารถผ่านเข้าออกได้ และสามารถเก็บอาหารได้ดี ช่วยให้ขนมปังไม่สัมผัสกับอากาศชื้น หรือน้ำเข้านั่นเอง รวมถึงการเลือกใช้ภาชนะที่มีเทคโนโลยีไมโครแบน ช่วยยับยั้งเชื้อราและแบคทีเรียได้ และเลือกเก็บเอาไว้ในช่องฟรีซ แค่นี้ก็ช่วยให้ขนมปังของคุณห่างไกลจากเชื้อราและแบคทีเรียได้ รวมถึงยังเป็นการช่วยยืดอายุขนมปังของคุณให้อยู่ได้นานขึ้นอีกด้วย

 

เป็นไงบ้างคะ สำหรับ How to เก็บขนมปังยังไงให้อยู่นาน ปราศจากแบคทีเรีย ! โดยบทความนี้เราก็ได้นำสาระความรู้เกี่ยวกับขนมปังว่าทำมาจากอะไร และขนมปังมีกี่ประเภท แต่ละประเภทเหมาะกับการนำไปทำอะไรบ้าง และวิธีเก็บขนมปังยังไง เพื่อยืดอายุขนมปังให้อยู่ได้นานขึ้น ด้วยการนำขนมปังเก็บไว้ในกล่องแล้วนำเข้าช่องฟรีซ แต่ห้ามเข้าช่องเย็นธรรมดาอย่างเด็ดขาด เพราะความเย็นจะทำให้ขนมปังมีเนื้อที่แห้งและแข็ง รวมถึงวิธีอุ่นขนมปังที่นำออกมาจากช่องฟรีซยังไงให้มีความนุ่ม และคงความอร่อยเหมือนใหม่ นอกจากนี้ยังมีสิ่งที่ไม่ควรทำกับขนมปังถ้าไม่อยากให้อายุขนมปังเก็บได้สั้นลง และสิ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับขนมปังในเรื่องที่ว่าขนมปังนั้นขึ้นราได้ง่าย จากปัจจัยต่างๆ เช่น ความชื้น หรือการปิดบรรจุภัณฑ์ที่ใช้เก็บขนมปังไม่สนิท ดังนั้นจึงควรเลือกใช้กล่องสูญญากาศ ที่มีฝาล็อกปิดแนบสนิท หรือ ถาดขนมปังที่มีฝาปิด และต้องไม่ลืมเลือกใช้กล่องที่ไร้สารก่อมะเร็ง (BPA FREE) เพียงเท่านี้ก็จะช่วยยืดอายุขนมปังให้อยู่ได้นานขึ้น ปลอดภัยจากแบคทีเรียและเชื้อราได้แล้วค่ะ หวังว่าบทความนี้จะมีประโยชน์กับทุกคนนะคะ

 

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://bit.ly/3CoaOif

https://bit.ly/3Ej2Icu

https://bit.ly/3hwWCv7

https://bit.ly/3k5N8bQ

https://bit.ly/3k8DqWr

https://bit.ly/3z8H32N

https://bit.ly/3ze8Crf

https://bit.ly/391LmlX

https://bit.ly/2VHhdoU

สามารถหาซื้อได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป หรือทางออนไลน์ได้ที่

Shopee : bit.ly/2MoIClV
Lazada : bit.ly/2POtmDo
และทางเว็บไซต์ www.micronware.co.th นะคะ

#SuperLockSuperCare #เก็บทุกความใส่ใจเก็บไว้ในSuperLock
————————————————–

“เราเชื่อว่าสินค้าเครื่องใช้ในบ้านที่ดีจะทำให้ชีวิตสะดวกสบาย
เราจึงคัดสรรสินค้าที่มีคุณภาพดีที่สุดให้คุณ”