เคล็ดลับวิธีการทำกิมจิให้เป็นเรื่องง่ายๆ! ทำกินเองได้ที่บ้าน

กิมจิ ถือว่าเป็นอาหารหลักของประเทศเกาหลีมานานนับร้อยปีแล้ว เพราะในอดีตชาวเกาหลีต้องคิดค้นวิธีถนอมอาหารสำหรับฤดูหนาว จึงค้นพบการดองผักขึ้นมาทานแทนผักสด กิมจิจึงได้ถือกำเนิดขึ้น ซึ่งชาวเกาหลีมักนิยมจะรับประทานกิมจิกับอาหารในทุกๆ มื้อ ด้วยความที่กิมจินั้นมีทั้งความอร่อยและยังอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ชาวเกาหลีจะชอบรับประทานอาหารที่มีส่วนประกอบของผักธัญพืชและอาหารหมักดอง นอกจากนี้กิมจิยังส่งผลให้กลุ่มคนเหล่านี้มีสุขภาพที่ดีขึ้นจากการบริโภคพืชผักที่มีประโยชน์อีกด้วย

การบริโภคและวิธีการทำกิมจิของชาวเกาหลีก็มีความแตกต่างออกไป ซึ่งอ้างอิงจากข้อมูลการค้นคว้าของนักโภชนาการพบว่า กิมจิมีมากกว่า 300 ชนิดที่ผลิตและบริโภคในหมู่ชนที่อาศัยอยู่บนคาบสมุทรเกาหลี โดยเราสามารถแบ่งประเภทกิมจิได้มากกว่า 1 รูปแบบ ซึ่งรูปแบบที่เราจะพูดถึงก่อนจะบอกวิธีการทำกิมจิฉบับง่าย ทำได้ด้วยตัวเองที่บ้าน นั้นคือ การแบ่งประเภทกิมจิตามวัตถุดิบ และการแบ่งประเภทกิมจิตามฤดูกาล

การแบ่งประเภทกิมจิตามวัตถุดิบ

การแบ่งประเภทกิมจิตามวัตถุดิบนั้นมีทั้งหมด 4 ประเภท ซึ่งวัตถุดิบที่นำมาหมักกับกิมจินั้นก็จะมีหลากหลาย เช่น เกลือ พริกแดง ปลาหมัก โดยที่แต่ละเภทก็จะใช้วัตถุดิบและวิธีหมักที่ต่างกันไป

ประเภทที่ 1 อัมชังเช (Omchangchae)

ผักดองที่หมักด้วยเกลือและพริกแดงเพื่อบริโภคในฤดูหนาว และเป็นกิมจิที่ต้องผ่านกระบวนการผลิตด้วยการนําผักเข้าไปแช่ในน้ำหรือในน้ำต้มปลาหมึกเค็มก่อนที่จะนําไปหมัก อีกทั้งใช้เวลานานในการหมัก

ประเภทที่ 2 ชาเช (Chachae)

เป็นผักดองที่หมักด้วยเกลือและพริกแดงเพื่อบริโภคในฤดูหนาว ใช้เวลาไม่นานในการหมัก และต้องบริโภคทันทีหลังจากการหมักในช่วงเวลาสั้น ๆ

ประเภทที่ 3 เชเช (Chechae)

ผักที่หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วหมักด้วยปลาหมัก (คล้ายกะปิ) ขิง กระเทียม และน้ำส้ม ใช้เวลาไม่นานในการหมัก และต้องบริโภคทันทีหลังจากการหมักในช่วงเวลาสั้น ๆ

ประเภทที่ 4 โชเช (Chochae)

ผักทั้งหัวหมักกับปลาหมัก ขิง กระเทียม และน้ำส้ม ทําให้มีรสเค็มเปรี้ยวและเผ็ด ประเภทนี้ก็จะเหมือนกันประเภทที่ 2 และ 3 ที่จะใช้เวลาไม่นานในการหมัก และต้องบริโภคทันทีหลังจากการหมักในช่วงเวลาสั้น ๆ เช่นเดียวกัน

การแบ่งประเภทกิมจิตามฤดูกาล

ประเภทที่ 1 กิมจิตามฤดูกาล

กิมจิตามฤดูกาลจะใช้ผักชนิดต่างๆ ตามฤดูกาลมาหมักในช่วงสั้นๆ เพื่อใช้บริโภคในครัวเรือน ดังนั้น การใช้ชนิดของผักจึงแปรเปลี่ยนไปตามที่หาได้ในแต่ละฤดูและแต่ละท้องถิ่น เพราะผักทุกชนิดสามารถนํามาใช้ทํากิมจิได้ทั้งสิ้น

ประเภทที่ 2 กิมจิฤดูหนาว

ส่วนใหญ่ใช้เป็นผักกาดขาวและหัวผักกาด ซึ่งใช้เวลาหมักนาน

และในวันนี้เราจะมาบอกวัตถุดิบพร้อมสูตรวิธีการทำกิมจิแบบง่ายๆ ทำกินเองได้ที่บ้าน ถ้าอยากรู้ว่าง่ายขนาดไหน ก็เตรียมตัวจดสูตร วัตถุดิบ แล้วออกไปตลาดใกล้บ้านคุณได้เลย

วัตถุดิบสำหรับการทำกิมจิ

เคล็ดลับวิธีการทำกิมจิให้เป็นเรื่องง่ายๆ! ทำกินเองได้ที่บ้าน

  • แป้งข้าวเจ้า
  • สาลี่นอก 1 ลูก (ใช้สาลี่ไทยหรือใช้แอปเปิ้ลแทนได้)
  • หอมหัวใหญ่ 1 หัว
  • กระเทียมแกะเปลือก 1/2 ถ้วยตวง
  • ขิงหั่นแว่น 5 แว่น, น้ำปลา 10 ช้อนตวง
  • น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี 2 ช้อนตวง
  • พริกชี้ฟ้า 1 ถ้วยตวง
  • ผักกาดขาว 2 หัว (หัวละ 1 กิโลกรัม)
  • แครอท 1 หัวใหญ่
  • หัวไชเท้า 1 หัวใหญ่
  • ต้นหอม 2 มัดใหญ่
  • น้ำเปล่า 200 ml
  • แป้งข้าวเจ้า 3 ช้อนตวง

เคล็ดลับวิธีการทำกิมจิให้เป็นเรื่องง่ายๆ! ทำกินเองได้ที่บ้าน

  1. นำผักกาดขาว และต้นหอมหั่นให้เรียบร้อย นำไปแช่น้ำทำความสะอาดในน้ำเปล่า 10 ลิตร และเบกกิ้งโซดา ½ ช้อนโต๊ะ แช่ไว้ 15 นาที เสร็จแล้วล้างด้วยน้ำเปล่าและนำขึ้นสะเด็ดน้ำ
  2. จากนั้นนำผักกาดขาวหมักกับเกลือป่น ใส่ให้ทั่วผัก คลุกเคล้าให้เข้ากัน ทิ้งไว้ 2 ชั่วโมง โดยต้องคอยมาคลุกเคล้าผักทุกๆ 30 นาที
  3. นำต้นหอมที่ล้างไว้มาหั่นเป็นท่อนๆ ให้เรียบร้อย จากนั้นนำแครอทและหัวไชเท้าล้างและปลอกเปลือกให้สะอาด หลังจากนั้นหั่นซอยเป็นเส้นๆ
  4. ทำแป้งกวนสำหรับหมักกิมจิ โดยเทน้ำเปล่า และแป้งข้าวเหนียวลงไปในหม้อ คนให้เข้ากัน และนำไปกวจนแป้งสุกดี โดยใช้ไฟอ่อน เมื่อสุกแล้วพักให้เย็นตัว
  5. นำผักกาดที่แช่ไว้ครบ 2 ชั่วโมงมาล้างน้ำเปล่าให้สะอาด
  6. เริ่มหมักกิมจิ ด้วยการนำหอมหัวใหญ่หั่นเป็นชิ้นเล็ก สาลี่ กระเทียมจีนปลอกเปลือก ขิงหั่นแว่น น้ำปลา ปั่นให้ละเอียดเข้ากัน เทใส่ถาด
  7. จากนั้นใส่น้ำตาลทรายไม่ฟอกสี พริกเกาหลีแบบหยาบและแบบละเอียด และแป้งกวนที่เตรียมไว้ คลุกเคล้าให้เข้ากัน จากนั้นชิมรสตามชอบ
  8. ต่อมาต้นหอม หัวไช้เท้า แครอท ลงไปในเครื่องที่เตรียมไว้ คลุกเคล้าให้เข้ากัน สุดท้ายค่อยๆ ใส่ผักกาดขาวลงไป และคลุกเคล้าให้เข้ากันอีกครั้ง
  9. นำกิมจิใส่ลงในภาชนะที่มีฝาปิด หลังจากนั้นก็นำกิมจิที่ใส่ในกล่องถนอมอาหารและปิดฝาแล้ว ตั้งไว้ในอุณหภูมิห้อง 5 ชั่วโมง และนำไปแช่ตู้เย็นต่ออีก 1 คืน แค่นี้ก็จะได้กิมจิรสชาติสุดอร่อยไว้รับประทานแล้ว (หากชอบรสเปรี้ยวมากให้ตั้งไว้ข้างนอก 1 คืน) โดยแนะนำให้เลือกใช้ภาชนะเป็นกล่องถนอมอาหารจาก Super Lock ที่มีเทคโนโลยีพิเศษล็อก 2 ชั้น ทำให้อากาศไม่สามารถผ่านเข้าออกได้ และมีไมโครแบนสามารถช่วยยับยั้งเชื้อราและเชื้อแบคทีเรีย มั่นใจว่าอาหารที่เราทำจะสามารถรับประทานได้อย่างปลอดภัย รวมไปถึงทนทานแม้อยู่ในอุณหภูมิร้อนและเย็น สูงสุด -20 และ 120 องศาเซลเซียส เลือกซื้อเลย!!
  10. เคล็ดลับวิธีการทำกิมจิให้เป็นเรื่องง่ายๆ! ทำกินเองได้ที่บ้าน สรุปได้ว่าการทำกิมจิของชาวเกาหลีนั้น มีขั้นตอนการทำหลากหลายวิธีขึ้นอยู่กับการเลือกใช้วัตถุดิบหรือวิธีการทำที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล โดยเราก็สามารถทำกิมจิทานกินเองได้ง่ายๆที่บ้าน เพียงทำตามขั้นตอนและวิธีการด้านบนนี้นั่นเอง

เคล็ดลับวิธีการทำกิมจิให้เป็นเรื่องง่ายๆ! ทำกินเองได้ที่บ้าน

ขอบคุณข้อมูลจาก
chilloutkorea.com/type-of-kimchi/
https://food.trueid.net/detail/VRo6AWKpXwAQ
และ Facebook : แม่ซี น้องมดดี้ channel¬

สามารถหาซื้อได้ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป หรือทางออนไลน์ได้ที่

Shopee : bit.ly/2MoIClV
Lazada : bit.ly/2POtmDo
และทางเว็บไซต์ www.micronware.co.th นะคะ

#SuperLockSuperCare #เก็บทุกความใส่ใจเก็บไว้ในSuperLock
————————————————–

“เราเชื่อว่าสินค้าเครื่องใช้ในบ้านที่ดีจะทำให้ชีวิตสะดวกสบาย
เราจึงคัดสรรสินค้าที่มีคุณภาพดีที่สุดให้คุณ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.